โบรกฯคาดปตท.สผ.ทำกำไรไตรมาส 4 ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 31% จากไตรมาสก่อน ผลจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 4 พันล้านบาท
นักวิเคราะห์จากบล.เคเคเทรด เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือปตท.สผ. (PTTEP) จะมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 4 ปีนี้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ปรับตัวลดลงกว่า 31% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนรวมกว่า 4.3 พันล้านบาท ทั้งผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 1.3 พันล้านบาท จากการอ่อนค่าของเงินบาทและค่าเงินดอลลาร์แคนาดาเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้บริษัทมี Deferred Tax เพิ่มขึ้นกว่า 3 พันล้านบาท และมีอัตราภาษีปรับเพิ่มจาก 33% เป็น 52% ในไตรมาส 4
ด้านธุรกิจปกติคาดว่ากำไรก่อนภาษีจะปรับลด 7% จากไตรมาสก่อน แม้ว่าแหล่งบงกชและเวียดนาม 16-1 จะกลับมาผลิตปิโตรเลียมตามปกติหลังหยุดผลิตตามแผนในไตรมาส 3 ทำให้ต้นทุนขายเพิ่ม 11% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารในปรับเพิ่มขึ้นมากจนมีสัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 19% จาก 15% ในไตรมาส 3 ปี2556 ขณะที่ยอดขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 4% โดยราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ทรงตัวจากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบ ส่วนยอดขายก๊าซยังคงอยู่ในระดับ 7.9 เหรียญต่อล้านบีทียู ใกล้เคียงกับ ไตรมาส 3หลังการปรับราคาก๊าซฯตามฤดูกาลในเดือน ต.ค. 2556 ทั้งนี้ ยอดขายปิโตรเลียมรวมของปี 2556 ยังต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท ประมาณ 6% อยู่ที่ 2.9 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกันประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ไว้ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า
ด้านบล.ไอร่า วิเคราะห์ว่า ปริมาณการผลิตของปตท.สผ. จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 2.92 แสนบาร์เรลในปี 2556 เป็น 3.37 แสนบาร์เรลต่อวันในปี 2557 หรือเพิ่มขึ้น 15% จากการผลิตในโครงการมอนทารา สามารถเดินเครื่องผลิตได้เต็มกำลังที่ระดับ 3 หมื่นบาร์เรลในช่วงไตรมาส 2 ปี 2557 จากปัจจุบันที่ระดับ 1.7-1.8 หมื่นบาร์เรลต่อวัน และโครงการซอติก้าในประเทศพม่า คาดว่าจะสามารถส่งก๊าซมาไทยได้ในช่วงต้นไตรมาส 2 ปีนี้ โดยมีปริมาณผลิตอยู่ที่ 4 หมื่นบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
นอกจากนี้ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการแอลจีเรียในปี 2558 การเพิ่มกำลังการผลิตในโครงการเคเคดี ในปี 2560-61 และการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ในโครงการแอลเอ็นจี ประเทศโมซัมบิค ปัจจุบันมีความคืบหน้าเบื้องต้นในการเจรจาขายแอลเอ็นจี โดยการลงนามกับ Anadarko ปริมาณ 2.6 ล้านตันต่อปี คาดจะผลิตได้ในปี 2561
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า แม้กำไรไตรมาส 4 ของปตท.สผ.จะอ่อนตัวลงจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน แต่ผลประกอบการปกติยังแข็งแกร่ง ส่วนแผนลงทุน 5 ปีแม้รายจ่ายจะสูงขึ้น แต่จะช่วยต่อยอดการเติบโตในระยะกลาง-ระยะยาว จึงได้ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 2557-2558 ขึ้นอีก 1.4-12.2% เป็น 6.69 หมื่นล้านบาท และ 6.74 หมื่นล้านบาท สะท้อนแผนการผลิตและขายใหม่ของบริษัท ที่คาดการขายจะมีการเติบโตเฉลี่ย 10% ในปี 2556-2558








