"พาณิชย์"ยันสถานการณ์ราคาสินค้ายังไม่พบความผิดปกติจากชุมนุมการเมือง แต่ค้าปลีกเริ่มยอดขายลดลง เหตุคนหมดดอารมณ์จับจ่ายใช้สอย
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาวะกำลังซื้อและการเตรียมความพร้อมของห้างค้าปลีก (โมเดิรน์เทรด) ในช่วงที่มีสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาสินค้าขาดแคลนหรือเกิดการกักตุนและขายราคาเกินจริง แต่ได้รับแจ้งว่ายอดขายของห้างค้าปลีกบางแห่งลดลงแล้ว 5% จากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นเพราะอารมณ์ของผู้บริโภคที่วิตกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยน้อยลง
สำหรับการออกตรวจสอบราคาสินค้าผัก และผลไม้แหล่งใหญ่ในจังหวัดนครปฐมและราชบุรี ซึ่งเป็นตลาดศูนย์กลางค้าส่งผักสดรายใหญ่ในภาคกลางและป้อนไปถึงภูมิภาคอื่นๆของประเทศพบว่า ผักสดยอดนิยมยังมีปริมาณและราคาปกติ อาทิ คะน้า ถุงละ 5 กก. ราคา 50 บาท กวางตุ้ง ราคา 40 บาท/กก. พริกสด กก.ละ 40 บาท เป็นต้น ซึ่งหากเทียบราคากับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถือว่าราคายังไม่แตกต่างกันมากนัก ขณะที่ผักบางชนิดมีราคาลดลง เพราะว่าอากาศเย็นทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและได้รับความเสียหายน้อย
"กรมการค้าภายในจะยังเฝ้าระวังและออกตรวจสอบตลาดสดและแหล่งกระจายสินค้าที่สำคัญ ซึ่งในวันที่ 16 ม.ค.นี้ จะไปตรวจสอบที่ตลาดไท ที่เป็นค้าส่งผักผลไม้ขนาดใหญ่ของจังหวัดปทุมธานีด้วย"นายสมชาติ กล่าว
ขณะที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มยอมรับว่าราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่กก.ละ 71 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกเนื้อหมูขยับขึ้นมาอยู่ที่กก.ละ 121-122 บาท หากเป็นหมูตัดแต่งราคาจะอยู่ที่กก. 140-150 บาท ซึ่งเกิดจากภาวะปริมาณหมูออกสู่ตลาดลดลงจากสภาวะอากาศผันผวนทำให้หมูโตช้า ประกอบกับความต้องการบริโภคจะสูงขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงทำให้เกิดการแข่งขันซื้อหมูต้นทาง
อย่างไรก็ตาม กรมได้หารือและขอความร่วมมือกับผู้เลี้ยงหมูให้ตรึงราคาอยู่ในระดับดังกล่าว หรือแม้จะมีการปรับราคาอีก ก็ไม่อยากให้ปรับขึ้นเกินกก.ละ 2-3 บาท เพื่อให้หมูปลายทางราคาอยู่ที่ไม่เกินกก.ละ 130-150 บาท ขณะเดียวกันจะติดตามราคาโปรตีนชนิดอื่นด้วย อาทิ เนื้อไก่ ไข่ไก่ เพื่อไม่ให้มีราคาขยับสูงขึ้นเกินความเป็นจริงในช่วงเทศกาลตรุษจีน






