กฟผ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังเข้มโรงไฟฟ้า-สถานีไฟฟ้าแรงสูงเขตกทม.-ปริมณฑล เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน
นายพิบูลย์ บัวแช่ม รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะประธานศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังเพื่อรองรับสถานการณ์ BANGKOK SHUTDOWN เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ชุมนุม BANGKOK SHUTDOWN กฟผ. ได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจฯ ขึ้นเพื่อเฝ้าระวังในเรื่องการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ในส่วนของการผลิต และจ่ายไฟ คือ โรงไฟฟ้า และระบบส่ง อย่างใกล้ชิด โดยมีมาตรการและแผนรองรับสถานการณ์ตามแผนภาวะวิกฤติ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่ง กฟผ.มีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำไว้ตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล เพื่อดูแลและสามารถรายงาน และสั่งการได้โดยทันที หากเกิดปัญหา เพื่อมิให้กระทบต่อประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับ 2 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ โดยมีการเตรียมพร้อมประเมินสถานการณ์ไว้ 3 ระดับ คือ ระดับปกติ ระดับเสี่ยง และระดับเสี่ยงมาก สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ ประเมินสถานการณ์ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้สั่งการให้โรงไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าแรงสูง มีความพร้อมในการผลิต และจ่ายไฟฟ้าไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงรักษา ซึ่งโรงไฟฟ้าในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล อาทิ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ มีความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้าได้ตามปกติ
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุขัดข้องในแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ และสายส่งไฟฟ้าแรงสูงสามารถแจ้งได้ที่ Call Center 1416
สำหรับในด้านการปฏิบัติงานในวันนี้ กฟผ. ได้เปิดทำการปกติ เนื่องจากระบบงานของ กฟผ.มีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานเพื่อดูแลระบบไฟฟ้าของประเทศให้มั่นคง โดยได้มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางรับ-ส่งพนักงานบางสายตามความเหมาะสม เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าทำงานได้ นายพิบูลย์ บัวแช่ม กล่าวในที่สุด









