เงินบาทอ่อนค่าช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ หุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นจากแรงซื้อกลับของนักลงทุน หลังราคาปรับลดลงมามาก
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ในขณะเดียวกันก็มีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.25% ทรงตัวเช่นกันจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค. 2557 ธนาคารพาณิชย์จะมีตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.25%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.42% ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.31% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับเพิ่มขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ ตามตลาดภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายอย่างต่อเนื่อง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.97% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับ 2.99% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังเครื่องชี้ภาคบริการสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด จากนั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันพุธ หลังข้อมูลภาคการจ้างงานออกมาดี ก่อนจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยเงินบาทปรับตัวอ่อนค่ากว่าระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ และการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยลดช่วงติดลบลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายทำกำไรเงินดอลลาร์ฯ และสถานะซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย เงินบาทกลับมาอ่อนค่ากว่าระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ อีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ นักลงทุนยังคงจับตาเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด
ในวันศุกร์ (10 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.05 เทียบกับระดับ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ม.ค.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (13-17 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ตัวเลขเบื้องต้น) เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เงินยูโรมีแรงหนุนสั้นๆ ในช่วงต้นสัปดาห์จากรายงานดัชนีความเชื่อมั่นยูโรโซนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีในเดือนม.ค. อย่างไรก็ดี เงินยูโรต้องลดช่วงบวกลงทั้งหมดในช่วงต่อมา เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด (อาทิ ดุลการค้าเดือนพ.ย.ที่บันทึกยอดขาดดุลต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานภาคเอกชนเดือนธ.ค.) หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น ขณะที่ รายงานการประชุมเฟดเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ก็สะท้อนว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ของมาตรการ QE ในอัตราที่ค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
เงินเยนกลับมาอ่อนค่า หลังแข็งค่าช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ หลังดัชนี ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ เดือนธ.ค. ที่อ่อนแอว่าที่คาด กดดันเงินดอลลาร์ฯ ให้อ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี เงินเยนทยอยล้างช่วงบวกลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยเงินดอลลาร์ฯ กลับมาได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจในส่วนอื่นๆ ที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งสนับสนุนกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับการชะลอมาตรการ QE ของเฟดอย่างต่อเนื่อง
ในวันศุกร์ (10 ม.ค.) เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ระดับ 1.3593 เทียบกับ 1.3587 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ม.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 104.98 เทียบกับ 104.82 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ฟื้นตัวขึ้นจากแรงซื้อกลับของนักลงทุน หลังราคาปรับลดลงมามาก โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,255.45 จุด เพิ่มขึ้น 2.52% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 6.61% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 33,427.47 ล้านบาท โดย นักลงทุนต่างชาติ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 338.37 จุด เพิ่มขึ้น 0.15% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลับจากนักลงทุน หลังราคาปรับร่วงลงแรงในช่วงก่อนหน้า ก่อนที่แกว่งตัวในช่วงกลางสัปดาห์ และปรับลดลงในวันศุกร์ โดยมีแรงขายจากปัจจัยความกังวลทางด้านการเมือง
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน ทั้งนี้ คงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภคเครื่องชี้ที่อยู่อาศัย และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,235 และ 1,200 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,293 และ 1,320 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA แกว่งตัวในกรอบแคบ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตร โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,444.76 จุด ลดลง 0.04% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ หลังข้อมูลภาคบริการออกมาอ่อนแอกว่าคาด ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันอังคารจากข้อมูลดุลการค้าสหรัฐฯ และการจ้างงานของเยอรมนีที่ออกมาดี ก่อนที่จะปรับลดลงต่อในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ โดยมีแรงขายจากนักลงทุน ก่อนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตร
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับลดลงจากแรงขายทำกำไร โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,912.06 จุด ลดลง 2.52% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มค้าปลีกจากมุมมองเชิงลบต่อผลประกอบการ ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลดุลการค้าที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ กระนั้นก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงขายทำกำไร ก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ








