'สุนทร อรุณานนท์ชัย'ตอก 5 เสาเข็มฐานรากซี.พี.แลนด์

'สุนทร อรุณานนท์ชัย'ตอก 5  เสาเข็มฐานรากซี.พี.แลนด์

ซีอีโอมะพร้าวห้าว'สุนทร อุรณานนท์ชัย'ยิ่งแก่ยิ่งข้น คลุกวงในธุรกิจกว่า 40 ปี วันนี้ยังคงรุกหนักหน่วง และเร่งสปีด3ปีตอก5เสาเข็มเพิ่มสินทรัพย

นับเป็นก้าวย่างสำคัญในการเคลื่อนทัพธุรกิจของบริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) ในการเสนอขายกองทุนรวมสิทธิ์การเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท - CPTGF-C.P.Tower Growth Leasehold Property Fund) มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท จากการนำทรัพย์สิน 3 ตึกใจกลางเมืองอย่างซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม) ,ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูน ทาวเวอร์) และซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) เป็นไม้เด็ดในการระดมทุน จังหวะเข้าเทรดวันแรกในกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นำทัพโดย "สุนทร อุรุณานนท์ชัย" กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซี.พี.แลนด์ ที่ออกมาร่ายแผนธุรกิจเชิญแขกอย่างต่อเนื่อง

เรียกเขาว่า “มะพร้าวห้าวนักบริหารอายุ 71 ปี” ไม่ผิดนักเพราะแม้จะสูงวัยแต่ใจเกินร้อย มุมมองธุรกิจยังเฉียบคม มองทะลุตลาด หนึ่งในเสนาบดีของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ปัจจุบัน "สุนทร" ยังเก้าอี้รองประธานกรรมการ ซี.พี. อีกตำแหน่ง ดูแลกิจการของซี.พี.ในต่างแดน อีกตำแหน่ง

ย้อนกลับไป ก่อนที่ "สุนทร" จะมานั่งเป็นผู้บริหารซี.พี. เขาเคยอยู่ในวงการตลาดเงินตลาดทุน ตำแหน่งสุดท้ายคือ "ประธานกรรมการบริหาร" บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเชีย เริ่มมีสายสัมพันธ์กับเจ้าสัวธนินท์ ก็ที่นี่จากการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับหลายกิจการในเครือซี.พี. จนเจ้าสัวเอ่ยปากชวนมาร่วมงานกับซี.พี.แลนด์ในปี 2531 ในชื่อบริษัท ซี.พี.ทาวเวอร์ จำกัด ในขณะนั้น

คุณสมบัติอันโดดเด่นของเสือเฒ่าสุนทร ที่เตะตาเจ้าสัวซี.พี. น่าจะเป็นความรอบรู้ทางการเงิน ขยัน ซื่อสัตย์ และรักองค์กร

“ซี.พี.เคยเป็นลูกค้ามาก่อน จึงดึงผมเข้ามาร่วมงาน น่าจะดูท่าทางเราว่าใช้การได้เลยมอบหมายงานให้มากขึ้น ยิ่งเห็นผลงานและความซื่อสัตย์ก็มอบหมายงานไปอีกขั้น ทำไปทำมาก็ยิ่งเห็นความทุ่มเทและรักสถาบัน (Royalty) ไม่คิดย้ายไปทำงานที่ไหน ทำงานไม่มีวันหยุดทั้งเสาร์และอาทิตย์” สุนทร เล่า

ที่สำคัญเจ้าสัวซี.พี.ยังให้สุนทร ถือหุ้นในซี.พี.แลนด์ สัดส่วน 20% แล้วอย่างนี้จะหนีไปไหนได้

ขณะที่สินทรัพย์ของซี.พี.แลนด์ เริ่มต้นด้วยการเข้าซื้อโครงการตึกซี.พี.สีลม และอีกหลายตึกตามมา แม้กระทั่งตึก "อับดุลราฮิม" ซี.พี.แลนด์ ก็เคยครอบครองมาก่อน

ทว่า พิษบาดแผลจากวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 เบรกทางโตซี.พี.แลนด์ ทำให้ทรัพย์สินหลายชิ้นหลุดมือไปรวมถึงตึกอับดุลราฮิม "จุดเปลี่ยน" ให้ต้องขบทบทวนก้าวย่างใหม่ให้ช้าลง ยึดตำราปลอดภัยไว้ก่อน

“ต้องเข้าใจไครซิสทำให้เราหยุดไปเยอะ เคยทำใหญ่และมีทุกอย่าง ต้องขายทรัพย์สินคืนหนี้ไปเยอะ ต่อไปจะต้องสร้างไปพร้อมกับดีมานด์ในตลาด การออกแบบอาคารต้องเอื้อกันมีทั้งคอมเพล็กซ์ ออฟฟิส และคอนโด (มิกซ์ยูส)" อดีตนักการเงินมือเก๋า เล่าแผนการ

เขายังบอกว่า เป้าหมายสูงสุด (Goal) ธุรกิจซี.พี.แลนด์ในวันนี้สำหรับเขา “ความใหญ่" กลับไม่ใช่คำตอบ เท่ากับการไขรหัสสุขภาพธุรกิจให้ "โตอย่างยั่งยืน"

“ซี.พี.แลนด์ ไม่ต้องใหญ่ แต่จะอย่างไรให้ซี.พี.แลนด์มีลูกค้ายาวนาน มีคนรักและพูดถึงแบรนด์ไปอีกนาน”

ผู้นำอย่างสุนทรยังตระหนักดีกว่า "แบรนด์ที่ติดอันดับในใจ" เท่านั้น จึงจะทำให้ลูกค้าขาประจำตามซื้อโครงการ

ฉะนั้นแผนธุรกิจของซี.พี.ยุคใหม่ต้องพลิกวิสัยทัศน์ใน 3-5 ปีข้างหน้า วาง "5 เสาเข็ม" ฐานรากธุรกิจให้แข็งแกร่งและสมดุล (Balance) เท่ากันทุกเสาค้ำยันองค์กร

โดย "เสาต้นแรก" คือการให้ความสำคัญกับการสร้าง "แบรนด์" ซี.พี.แลนด์ให้ลูกค้าตามซื้อ และพูดถึงตลอด เช่น หลากโครงการในต่างจังหวัดที่ขายหมดภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีแฟนพันธุ์แท้

"เสาต้นที่ 2" คือ สิ่งปลูกสร้างอาคาร จะต้องมีคุณภาพและความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่คอนโด ออฟฟิศ โรงแรม รวมถึงการบริหารอาคาร จะเน้นสร้างเป็นคอมเพล็กซ์ ที่จะเอื้อกันในพื้นที่ โดยสิ่งที่เป็นแผนการในอนาคตที่ซี.พี.แลนด์กำลังจะทำคือ "ศูนย์กระจายสินค้า"

"เสาต้นที่ 3" คือ ช่องทางการขาย สร้างทีมเซลส์ที่มีประสิทธิภาพ วางแผนการขายแบบทำงานเป็นทีม ปิดการขายเร็ว รวมถึงเพิ่มช่องทางใหม่ๆ อย่างดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

"เสาต้นที่ 4" คือ ลูกค้า เป็นหัวใจสำคัญหลังศึกษามานาน พบว่าซี.พี.แลนด์มีลูกค้าประจำในต่างจังหวัดระดับกลางบวกขึ้นไป ทำให้เกิดเครือข่ายในการแนะนำโครงการ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือการเพิ่มดีกรีในการเข้าไปปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เดินไปพร้อมกันประหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

และ "เสาต้นสุดท้าย" คือ ทรัพยากรบุคคล หลังจากเดินธุรกิจมีอายุยาวนานถึง 25 ปี ผู้บริหารส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยอายุงานสูง 10-15 ปี พวกเขาเหล่านี้คือ "อาวุธลับ" ที่จะเป็นขุนพลยุคถัดไป จึงต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนและรับถ่ายทอดแนวทางการดำเนินธุรกิจจากสุนทร เพื่อให้มองทิศทางองค์กรร่วมกัน

โดยขนพุล 3 นาย ที่โดดเด่นและรับหน้าที่เป็นเสมือนหัวแถวในการนำทัพ คือ สมเกียรติ เรือนทองดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อดีตอาจารย์ที่ซี.พี.แลนด์ดึงมาร่วมทีมธุรกิจ ,ศัลย์ มูลศาสตร์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริหารอาคาร เด็กศิลปากรที่ไปเรียนต่ออเมริกา อยู่กับซี.พี.แลนด์ตั้งแต่ยุคเจ้าของตึกอับดุลราฮิม และ นราวดี วรวณิชชา รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริหารโรงแรมและการลงทุน

หลังวิกฤติต้มยำกุ้ง กับการรุกรอบใหม่ของซี.พี.แลนด์ เกิดจากการมองเห็นโอกาสการขยายตัวตลาดอสังหาฯ กับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ด้วยหวังที่จะให้ธุรกิจเติบโต "ก้าวกระโดด" แต่ยังไม่ลืมความระมัดระวัง ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญ กลายเป็นที่มาของการะดมทุนผ่านการเสนอขายกองทุน หรือสินทรัพย์ของตัวเองแทนการกู้เงิน

สุนทร เปิดภารกิจว่าจะดันสินทรัพย์ให้เติบโตเป็น "เท่าตัว" ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า แต่ในหมู่พนักงานที่ซีอีโอ คนนี้ให้โอวาท เขากระตุ้นให้ฮึกเหิมด้วยเป้าหมายเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินควรเติบโตเป็น "2 เท่าตัว" ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยงัดแลนด์แบงก์ที่ถือในมือมาพัฒนา พร้อมไปกับการแผนเดิมปูทางไปสู่การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อมีสินทรัพย์พร้อม มีการขยายการลงทุนต่อเนื่อง เติบโตทุกปี เพื่อให้ผู้ถือหุ้นไว้วางใจ

นอกจากนี้ ยังเดินแผนลงทุนบุกหนักในต่างจังหวัด นำร่องที่จ.ขอนแก่น เจาะหัวเมืองต่างจังหวัด โดยเป้าหมายใน 5 ปีจากนี้ 77 จังหวัดจะต้องมีตึกซี.พี.แลนด์ ส่วนในกทม. ยังมีโปรเจคยักษ์มูลค่าหลายพันล้านรอพัฒนาอยู่ ในย่านธุรกิจ "รัชดา และ วิภาวดีรังสิต" เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินต่อยอดทุนขึ้นไปอีก