วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BAY - ถือ

การควบรวมกิจการใช้เวลา 12 เดือนข้างหน้า

ประเด็นการลงทุน
จากเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนทางการเมือง เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2556 ของเราลง 12% มาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และ 22% สำหรับปี 2557 มาอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ในขณะนี้เราคาดว่าธนาคารจะกันสำรองหนี้สูญฯในระดับสูงขึ้นสำหรับปี 2556-2557 โดย BAY จะเริ่มรวมการดำเนินงานกับสาขาของ Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ ในกรุงเทพในปลายปี 2557 (เนื่องจากเป็นกฎเกณฑ์ “one presence rule” ของธปท.) การรวมการดำเนินงานดังกล่าวจะต้องมีการเพิ่มทุนของ BAY ครั้งใหม่ในปลายปี 2557 ดังนั้นจะเกิด dilution ต่อกำไรต่อหุ้นที่ 15% (BAY จะออกหุ้นใหม่ 1.1 พันล้านบาท ที่ราคา 39 บาทต่อหุ้น) ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ ถือ

คาดการณ์อัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ 11% ในปี 2556 และ 9% ในปี 2557
BAY แนะอัตราการเติบโตของสินเชื่อในไตรมาส 4/56 ที่ 3-4% QoQ (สินเชื่อเติบโต 8.8% YTD ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2556) โดยมีปัจจัยหนุนมาจากสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ สินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล ดังนั้นธนาคารจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 11% ได้ในปี 2556 (ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทก่อนหน้านี้ที่ 12%) ในขณะนี้ผู้บริหารตั้งเป้าการขยายตัวของสินเชื่อปี 2557 ไว้ที่ 9% หนุนโดยสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่และสินเชื่อ SME และสินเชื่อบ้าน (ในขณะนี้เราให้สมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อที่ 10% สำหรับปี 2556 และปี 2557) ให้สังเกตว่า BAY กล่าวว่าการรวมธุรกิจดับ BTMU จะใช้เวลา 12 เดือน (รวมระยะเวลาในการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของบริษัท) และการรวมงบการเงินจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงต้นปี 2558

กันสำรองหนี้สูญฯเพิ่มขึ้น
ธนาคารวางแผนที่จะตั้งการกันสำรองหนี้สูญฯไตรมาส 4/56 ในระดับปกติ หลังจากกันสำรองหนี้สูญฯในระดับสูงถึง 3.1 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/56 และ 5.9 พันล้านบาท ในไตรมาส 2/56 เนื่องจากหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อ HP สำหรับรถยนต์มือสอง อ้างอิงจากคำแนะแนวของบริษัท เราคาดว่ากากรันสำรองหนี้สูญฯในไตรมาส 4/56 จะอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท ลดลง 25% QoQ และ 18% YoY BAY คาดว่าหนี้เสียจะคิดเป็น 2.5% ของสินเชื่อขั้นต้น ณ สิ้นปี 2556 ทั้งนี้ผู้บริหารแนะว่าแนวโน้มการกันสำรองหนี้สูญฯจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2557 และปี 2558 ดังนั้นเราจึงเพิ่มสมมติฐานการกันสำรองหนี้สูญฯของเราขึ้นอีก 20% สำหรับปี 2556 มาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และ 27% สำหรับปี 2557 มาอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท