กกพ.ใช้อำนาจบริหารเลื่อนโครงการโซลาร์รูฟท็อป ออกไปอีก 1 เดือน หลังนายกฯยังไม่กำหนดวันประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถึงการแก้ไขปัญหาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา(โซล่าร์รูฟท็อป) ที่จะต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์(ซีโอดี)ภายในวันที่31 ธันวาคม 2556 ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ทาง กกพ.ได้ใช้อำนาจในการบริหารเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตามที่กฏหมายกำหนด ในการผ่อนผันระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิ์ในตามโครงการออกไปจากเดิม เป็นระยะเวลา 30วัน เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มีปัญหาในทางปฏิบัติ อันเกิดจากกฏระเบียบของหน่วยงานของรัฐ ทั้งในส่วนของกฏหมายผังเมือง และการต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือ(ร.ง.4) ประกอบการอุปกรณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงการโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศหลายรายการ เกิดขาดตลาด จึงไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ทัน
นายกวิน กล่าวว่า กกพ.ได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และเห็นว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ จึงมีการนำประเด็นปัญหาเสนอต่อกระทรวงพลังงาน และ กพช. เพื่อขอขยายกรอบระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ออกไปเป็นปี2557 แต่เนื่องจากมีปัญหาทางการเมืองและรัฐบาลประกาศยุบสภาไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีการเรียกประชุม กพช. เพื่อแก้ไขมติเดิม จึงทำให้ กกพ. ต้องใช้อำนาจบริหาร ที่มีอยู่ ตามที่กฏหมายให้ดำเนินการได้ ในการผ่อนผันระยะเวลา การจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบออกไปก่อน
"ผู้ประกอบการทั้งในส่วนที่เคยมีสิทธิ์ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาโรงงาน อาคาร และบ้านที่อยู่อาศัย จะยังคงได้รับสิทธิ์นั้น ไปเรื่อยๆจนกว่า จะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารงาน และมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขมติเดิม และคณะรัฐมนตรีมีการแก้ไขกฏหมายผังเมือง และ เรื่อง ร.ร. 4 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการ โดย กกพ.จะใช้อำนาจบริหาร ในการผ่อนผัน โครงการเป็นระยะ เพราะเห็นแล้วว่า ปัญหาอุปสรรคที่ทำให้โครงการไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ทันตามกำหนด ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ"นายกวิน กล่าว
สำหรับโครงการโซล่าร์รูฟท็อป ที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะรับซื้อไฟฟ้า ตามเป้าหมายจำนวน 200เมกะวัตต์ นั้น ภายหลังจาก 2 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการโซล่าร์รูฟท็อปทั้ง 7,521 ราย แยกเป็น ประเภทบ้านอยู่อาศัย 6,040 ราย และประเภทธุรกิจและโรงงาน 1,481 รายแล้วนั้น ขณะนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ได้ทยอยเดินทางมาติดต่อขอใบอนุญาตต่างๆจาก กกพ.แล้วทั้งสิ้น 7,058.52 กิโลวัตต์ แยกเป็นประเภทอาคารธุรกิจ 7,034.02 กิโลวัตต์ และกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 24.50 กิโลวัตต์ ซึ่งในส่วนของธุรกิจและโรงงานนั้น มีความต้องการที่จะเสนอขายไฟฟ้า สูงกว่าเป้าหมาย ที่รัฐตั้งไว้ ประมาณ 6-7เท่า ในขณะที่กลุ่มบ้านที่อยู่อาศัย ยังต่ำกว่าเป้าหมาย









