วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สิ่งพิมพ์'ปรับทัพลุยทีวีชิงโฆษณา'แสนล้าน'

"สื่อสิ่งพิมพ์"จัดทัพชิง"ทีวีดิจิทัล หวังโกยเม็ดเงินโฆษณาแสนล้าน เดินหน้าปรับทิศธุรกิจหลังงบโฆษณาโตต่ำ สวนทางโฆษณาฟรีทีวีโอกาสขยายตัวสูง

การประมูลทีวีดิจิทัล ใน 4 ประเภท คือช่องเอชดี วาไรตี้ ข่าว และเด็ก จำนวน 24 ช่อง ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ หากพิจารณาประเภท "ช่องข่าว" พบว่ากลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์รายใหญ่ต่างประกาศตัวเข้าช่วงชิงทีวีดิจิทัลกันครบทุกราย ไม่ว่าจะเป็น ไทยรัฐ เดลินิวส์ โพสต์ สยามกีฬา เครือเนชั่น

ด้วยเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจทีวี จากการจัดสรรคลื่นฯใหม่ในยุคดิจิทัลของ กสทช. และแนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาสื่อโทรทัศน์ที่ยังเห็นตัวเลขการเติบโต โดย กสทช. ประเมินว่าตัวเลขเค้กโฆษณาทีวีจะเพิ่มขึ้นแต่ระดับ"แสนล้านบาท" จากการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลในช่อง 5 ปีนับจากนี้ ขณะที่การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ย้อนหลังช่วง 5ปี ตัวเลขอยู่ในภาวะ"ทรงตัว" และมีแนวโน้ม "ถดถอย"

แห่ชิงเค้กโฆษณาแสนล้าน
นางวรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) เปิดเผยว่าหากพิจารณางบโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าอยู่ในช่วง"ขาลง" ซึ่งมีปัจจัยจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาเสพข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเจนวาย สะท้อนให้เห็นถึงการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ที่เติบโตและสัดส่วนในอุตสาหกรรมโฆษณาลดลง

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ปรับทิศทางธุรกิจ โดยมุ่งขยายในสื่อที่ยังมีอัตราการเติบโตในกลุ่ม "ทีวี" เริ่มจากช่องทีวีดาวเทียม และขยายสู่ทีวีดิจิทัล ที่กำลังเตรียมเปิดประมูล 24 ช่องธุรกิจใหม่

"ด้วยจังหวะการเปิดประมูลทีวีดิจิทัลและพฤติกรรมการเสพสื่อผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ต้อง diversify ธุรกิจสู่แพลตฟอร์มทีวีดิจิทัล ที่ยังเห็นโอกาสการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณา" นางวรรณี กล่าว

ขณะที่ภาพรวมการซื้อสื่อโฆษณาปีนี้ สมาคมฯคาดการณ์อยู่ที่ 1.33 แสนล้านบาท เติบโตราว 1% โดยโฆษณาฟรีทีวี ยังคงสัดส่วนสูงสุดที่ 52% มูลค่า 6.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบโฆษณาผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลปีนี้ มีสัดส่วน 8% มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท

ในแวดวงอุตสาหกรรมสื่อและ กสทช. ประเมินว่าเมื่อทีวีดิจิทัล ธุรกิจ 24 ช่องใหม่ให้บริการ จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมโฆษณาเติบโตในช่วง 5 ปีนี้ จากมูลค่า 1 แสนล้านบาท จะเพิ่มเป็นเท่าตัวที่ 2 แสนล้านบาท

งบโฆษณาช่องข่าว1.7หมื่นล้าน
นางวรรณี กล่าวว่าด้วยจำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่จัดสรรใหม่ 24 ช่องธุรกิจ นับเป็นธุรกิจสื่อที่มีการแข่งขันและลงทุนสูง จากต้นทุนการประมูลใบอนุญาต ค่าเช่าโครงข่าย และการผลิตรายการ ในช่วง 5ปีแรกที่รอผู้ประกอบการโครงข่ายขยายการส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ถือเป็นช่วงที่มีต้นทุนสูง ขณะที่การกำหนดราคาค่าโฆษณาทีวีดิจิทัล จะต้องสอดคล้องกับเรทติ้งผู้ชม หากช่องทีวีดิจิทัล ยังไม่มีฐานผู้ชมชัดเจนตั้งราคาในอัตราสูงจะทำได้อย่าง
แต่หากพิจารณางบโฆษณาในรายการประเภทข่าว ทางฟรีทีวีในปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 23% ของงบโฆษณาฟรีทีวีเกือบ 7 หมื่นล้านต่อปีจากการรายงานของนีลเส็น ถือเป็นงบโฆษณาเป้าหมายที่หลักที่ทีวีดิจิทัล ประเภทข่าวจะเข้าไปช่วงชิง

สิ่งพิมพ์ปรับธุรกิจชิงทีวีดิจิทัล
ด้านแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมสื่อ กล่าวว่าการปรับทิศธุรกิจของผู้ประกอบการสื่อสิ่งพิมพ์สู่สื่อทีวี เกิดจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา "สื่อสิ่งพิมพ์" ได้พบกับความท้าทายจากเทคโนโลยี และพฤติกรรมคนรุ่นใหม่อ่านหนังสือพิมพ์ลดลง ด้วยสามารถหาข้อมูลข่าวสาร จากสื่อนิวมีเดีย ได้สะดวกและรวดเร็วกว่า จากแนวโน้มดังกล่าวจึงมองไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ เจนวาย เจน ME จะหันมาอ่านหนังสือพิมพ์ในช่วงเวลาหลังจากนี้

จากปัจจัยดังกล่าวทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ต้อง "ปรับตัว" อย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเครือเนชั่น ที่เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาหลายปีล่วงหน้า โดยเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ในยุคก่อตั้ง"ไอทีวี" เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน หลังจากนั้นเปิดช่องทีวีดาวเทียม"เนชั่น แชนแนล" เรียกว่าเข้าสู่ธุรกิจทีวีและนิวมีเดียก่อนสิ่งพิมพ์รายอื่นๆ

ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ เริ่มเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเดลินิวส์ เปิดตัวช่องทีวีดาวเทียม ช่วงต้นปี 2555 กลุ่มมติชน ผลิตรายการข่าวป้อนให้ช่องเวิร์คพอยท์ ส่วนกลุ่มโพสต์ ผลิตรายการทีวีป้อนช่องต่างๆ และล่าสุดยักษ์ใหญ่สื่อสิ่งพิมพ์ไทยรัฐ ได้ก้าวสู่ธุรกิจทีวีเช่นเดียวกัน

ในจังหวะที่ กสทช. จัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทีวีดิจิทัล กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์รายใหญ่ทุกรายจึงเห็นโอกาสลงสนามแข่ง"ทีวีดิจิทัล" มุ่งขยายฐานธุรกิจทีวี แสดงให้เห็นว่าอนาคตขององค์กรไม่สามารถผูกติดกับ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเดียวได้อีกต่อไป
เชื่อว่าทุกรายเห็นว่า "ทีวีดิจิทัล" จะเป็นช่องทางใหม่ ที่จะทำให้องค์กรสื่ออยู่รอดได้ในอนาคต

"ทุกอย่างเกิดขึ้นในจังหวะที่สอดคล้องกันพอดี คือการประมูลทีวีดิจิทัล และในจังหวะที่สื่อสิ่งพิมพ์ ต่างประเมินตัวเองแล้วว่า อนาคตอาจไม่รุ่ง จึงเห็นโอกาสในการเข้าสู่ตลาดใหม่ที่เค้กโฆษณาฟรีทีวียังโตได้สูงกว่าสิ่งพิมพ์" แหล่งข่าวกล่าว

สิ่งพิมพ์วางเป้าทีวีรายได้หลัก
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าจุดเด่นของกลุ่มหนังสือพิมพ์ ในการบริหารช่องข่าว ทีวีดิจิทัล ถือเป็นกลุ่มที่มี "คอนเทนท์"ข่าวอยู่แล้ว ดังนั้นหากสามารถใช้ฐานเดิมที่มีอยู่รองรับการขยายตัวสู่ทีวีดิจิทัลน่าจะมีภาษีที่ดี แต่ไม่ใช่เรื่อง"ง่าย"ท่ามกล่างช่องทีวีดิจิทัลเปิดใหม่จำนวนมาก

อย่างไรก็ตามด้วยแนวโน้มโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ที่เห็นการ "เติบโตสูง" ได้ยาก ขณะที่ฝั่งสื่อทีวี ซึ่งเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน และเป็นสื่อที่คนไทยเลือกเสพเป็นหลัก เรียกว่าเกือบทุกคนต้อง"ดูทีวี" อาจต่างกันที่ "ช่องทาง"ในการรับชมเท่านั้น จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้อ่านสิ่งพิมพ์และผู้ชมทีวีแตกต่างกันมาก

เชื่อว่าวันนี้ทุกองค์กร "สื่อสิ่งพิมพ์" กำลังพยายามรักษาฐานธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ให้อยู่รอดได้นานที่สุด เพราะถือเป็น "สถาบันสื่อ"ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน และคนจำนวนไม่น้อยที่ยังเชื่อมั่นศรัทธาและไว้วางใจในสื่อสิ่งพิมพ์
แต่ทีวีดิจิทัล ถือเป็นสื่อมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต และเชื่อว่าจะกลายเป็นสื่อที่ทำรายได้หลักให้กับองค์กรสื่อสิ่งพิมพ์ ส่งผลให้สมรภูมิการช่วงชิงทีวีดิจิทัล ช่องข่าวที่จะเกิดการประมูลราวกลางธ.ค.นี้ น่าจะอยู่ในภาวะแข่งขัน "รุนแรง" ด้วยเป็นเดิมพันความอยู่รอดขององค์กรสื่อในอนาคต

ขณะที่นายวัชร วัชรพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด บริษัทลูกของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้สัมภาษณ์สื่อในเครือไทยรัฐเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2556 ระบุว่า"ไทยรัฐ"ได้ก้าวสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการแสดงความตั้งในเข้าประมูล"ทีวีดิจิทัล" และพร้อมแข่งขันเต็มที่ ด้วยหวังว่า "ทีวี" จะเป็นอนาคตใหม่ที่สดใสของไทยรัฐในยุคต่อไป กับเป้าหมายชนะประมูลทีวีดิจิทัล 1 ช่อง

"ไทยรัฐ เป็นสื่อหนังสือพิมพ์รายใหญ่และรายสุดท้ายที่เข้าสู่ธุรกิจทีวี นี่คือโอกาสสำคัญ เพราะช่องทีวีดิจิทัล ที่กำลังจะประมูลเป็นช่องระดับประเทศ"

โดยวางเป้าหมายว่าในอนาคตธุรกิจทีวี จะต้องทำรายได้สูงสุดให้กับไทยรัฐ จากปัจจุบันมีรายได้หลักจากหนังสือพิมพ์
เช่นเดียวกับ นายพงษ์ศักดิ์ ผลอันนต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ที่ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าได้ร่วมกับบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทไอ-สปอร์ต จำกัด ซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัล ช่องข่าว โดยเห็นโอกาสเม็ดเงินโฆษณาทีวีที่มีมูลค่าสูง และหากชนะประมูล แผนธุรกิจต่อจากนี้จะให้น้ำหนักไปกับทีวีดิจิทัล ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์จะไม่เน้นลงทุนเพิ่ม โดยคาดว่าช่วง 3 ปีจากนี้ รายได้หลักที่มาจากธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์จะลดลงจาก 60-70% เหลือ 50% ขณะที่สื่ออื่นๆ รวมทั้งทีวี จะขยับเพิ่มขึ้น