ต้องลุ้นต่อกับการเสนอขาย TRUEIF
- ขยายระยะเวลาเสนอขาย TRUEIF
เราได้ข้อมูลใหม่จากบริษัทว่าอยู่ระหว่างขออนุมัติ ก.ล.ต ขยายเวลาขายหน่วยลงทุน TRUEIF ถึงวันที่ 19 ธ.ค. จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 16 ธ.ค. เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาตัดสินใจมากขึ้น ขณะที่ราคาหุ้น TRUE วานนี้ร่วงแรง 7% สะท้อนความกังวลผลตอบรับของนักลงทุนต่อ TRUEIF เนื่องจากหากนักลงทุนไม่ให้การตอบรับมากนัก จะทำให้ TRUE ต้องถือหน่วยลงทุนเพิ่มจาก 18% ไปจนถึงสุดสุงไม่เกิน 33.3% ส่งผลให้ TRUE จะได้รับเงินลดลงหลังหักเงินลงทุนในหน่วยลงทุน ส่วนกรณีมีหน่วยลงทุนเหลือ เราได้รับการยืนยันจาก SCB ซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายจะร่วมรับประกันการจำหน่ายกับอีก 5 สถาบันการเงินได้แก่ BBL, Credit Suisse, Bank of America Merrill Lynch, UBS และ Standard Chartered
- คาดได้เงินลดลง 8,712 ล้านบาท กรณีต้องถือ 33.3%
ตามบทวิเคราะห์ TRUE ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.เราประเมินว่าในกรณีดีสุด TRUE จะได้รับเงินจากการขายทรัพย์สินกองทุนหลังหักเงินลงทุนในการถือหน่วยลงทุนใน TRUEIF 18% ราว 4.76 หมื่นล้านบาท โดยหาก TRUE เพิ่มสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนใน TRUEIF ทุก 2% TRUE จะได้รับเงินลดลง 1.16 พันล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่อหุ้นราว 0.08 บาท และหากว่า TRUE ต้องถือหน่วยลงทุนใน TRUEIF ในอัตราสูงสุดที่ 33.3% TRUE จะได้รับเงินจากการระดมทุนในครั้งนี้ลดลงจากเป้าหมายไป 8.7 พันล้านบาท เหลือ 3.87 หมื่นล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่อหุ้น 0.60 บาท
- ผลบวกต่อส่วนผู้ถือหุ้นขึ้นอยู่กับกำไรจากการขายทรัพย์สิน
การปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการขายทรัพย์สินและธุรกิจ Non Core 8 แห่งจะทำให้ TRUE บันทึกกำไรจากการขายทรัพย์สินหลังหักภาษี 2.6 หมื่นล้านบาท (กรณีที่ดีที่สุด) ช่วยลดความเสี่ยงส่วนผู้ถือหุ้นที่เหลือเพียง 5.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 3.2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามหากไม่รวมมูลค่าเสา 6 พันต้น ที่ TRUE ต้องทยอยสร้าง 2 ปีข้างหน้า เราคาดว่าจะส่งผลให้การบันทึกกำไรต่ำกว่ากรณีดีสุด 28% หรือมีมูลค่าหักภาษี 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ส่วนผู้ถือหุ้นจะลดลงเหลือ 2.5 หมื่นล้านบาท









