โบรกฯ คาด กนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% กระทบกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปีหน้า 2.4% และหากปรับลดลงอีก 0.5% กระทบกำไร 4.8% "กรุงเทพ-กรุงไทย"อ่วม!
นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและศักยภาพการทำกำไรของกลุ่มธนาคารในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากขาดความชัดเจนต่อแนวโน้มการลงทุนใหญ่ของภาครัฐ บวกกับสถานการณ์การเมืองที่กดดันภาวะเศรษฐกิจซ้ำเติม ยิ่งทำให้แนวโน้มความต้องการสินเชื่อยิ่งหดตัวลง จึงทำให้ธนาคารพาณิชย์ตัดสินใจประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อกระตุ้นความต้องการสินเชื่อและช่วยเหลือลูกหนี้ สวนทางกับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องในระบบที่ค่อนข้างตึงตัวมากขณะนี้
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของฝ่ายวิจัยจะเห็นว่าทุกๆ 0.25% ที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลดลงจะส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปี 2557 ของกลุ่มให้ลดลง 3.8% จากสมมติฐานปัจจุบันที่ 3.14% และส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2557 ของกลุ่ม ให้ลดลงประมาณ 2.4% จากเดิม
โดย ธ.พ. ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรอบนี้คือธนาคารแอลเอชแบงก์ ธนชาต และกสิกรไทย เพราะเป็นผู้กู้ยืมสุทธิในตลาดเงิน ซึ่งสามารถหักล้างผลกระทบสุทธิจากฝั่งสินเชื่อและเงินฝากส่วนที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวไปได้มาก ส่วนกสิกรไทยแม้จะเสียเปรียบในฐานะที่เป็นผู้ให้กู้ยืม ในตลาดเงิน แต่ผลกระทบส่วนใหญ่สามารถหักล้างได้จากผลบวกในฝั่งสินเชื่อและเงินฝาก เนื่องจากการที่มีโครงสร้างเงินฝากที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูงสุดในกลุ่ม
ส่วนธนาคารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กรุงไทย กรุงเทพ และ ทิสโก้ ในส่วนกรุงไทยและกรุงเทพ มีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูงมาก จึงได้รับผลกระทบทันทีที่ดอกเบี้ยลดลง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบในฐานะที่เป็น Net lender รายใหญ่ในตลาดเงิน ขณะที่ทิสโก้ แม้จะได้เปรียบจากการมีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ระดับสูง แต่ก็มีโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ระดับสูงเช่นกัน จึงไม่ได้รับผลบวกมากนัก
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าหากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในระบบยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัดคือ 0.25-0.50% เนื่องจากปัจจัยเรื่องสภาพคล่องในระบบที่ช่วยพยุงไว้ ผลกระทบต่อกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารใน ปี 2557 ที่ประเมินไว้ที่ 2.4-4.80% นั้น ยังอยู่ในวิสัยที่ ธ.พ. สามารถบริหารจัดการได้ โดยการเพิ่มรายได้ในกลุ่มอื่นเข้ามาแทนที่ โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ซึ่งเห็นการเติบโตที่ดีมากในปี 2556 และยังโตต่อเนื่องตามที่ฝ่ายวิจัยคาดอีก 10.8% ในปี 2557 จึงทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของกลุ่มฯ เท่าเดิมที่ 2.18 แสนล้านบาท เติบโต 10.2%
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาดในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากคาดการณ์การเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2557 ของกลุ่มที่เติบโตต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการเติบโตกำไรของตลาด ที่อยู่ที่ 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งในช่วงระยะสั้น ยังเห็นความเสี่ยงจากการปรับฐานราคาหุ้นท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน และปัจจัยดอกเบี้ยขาลงที่เข้ามากดดัน









