อีวานโดร มาทูชชี่ นักกลยุทธ์การตลาด พลังหนุ่มเลือดแซมบ้า วาดลวดลายกู้จุดจบภาวะล้มละลายโกดักผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการถ่ายภาพ ร่วม 131 ปี พลิกทางรอด ตัดแต่งสายพันธุ์แบรนด์สู่บิ๊กงานพิมพ์ หาลูกค้าในตลาดเชิงพาณิชย์
ต้นปีนี้ข่าวใหญ่โกดักพ้นภาวะล้มละลาย ทว่าองค์กรแห่งนี้ไม่อาจรั้งตำแหน่งเจ้าตลาดกล้องถ่ายภาพและฟิล์มถ่ายภาพได้อีกต่อไป ประกาศขายกิจการพร้อมกับสิทธิบัตรกว่า 1,100 รายการ ในกลุ่มธุรกิจถ่ายภาพและฟิล์มที่มีเครือข่ายร้านค้ากว่า 105,000 แห่งใน 150 ประเทศทั่วโลก โดยมีกองทุนบำนาญพนักงานตั้งอยู่ในอังกฤษ นามบริษัท โกดัก อนาลิส เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่เข้ามารับซื้อสิทธิบัตร มูลค่า 695 ล้านดอลลาร์ ล้างหนี้มูลค่าสูงถึง 2,800 ล้านดอลลาร์
"อีวานโดร มาทูชชี่" (Evandro Matteucci) รองประธานฝ่ายการตลาดภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ของโกดัก ลูกหม้อเลือดแซมบ้าผู้นี้ คือผู้ยืนอยู่บนรอยต่อความเปลี่ยนผ่านขององค์กรตลอด 20 ปีของการทำงาน เขายังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ธุรกิจใหม่
ดูเหมือนตัวเขาจะไม่ได้ตื่นตระหนก หรือหวาดผวา กับชะตากรรมของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก แม้องค์กรจะถูกเขย่าขนานใหญ่จนต้องปลดพนักงานเป็นแสนคน (120,000 คน) เหลือเพียง 8,500 คน รวมไปถึงการหันหางเสือเรือสู่ธุรกิจใหม่ ใน "อุตสาหกรรมการพิมพ์"
"เราก็แค่อยู่ในจุดเปลี่ยนผ่าน ขององค์กรที่เดินมา 100 กว่าปี ที่ไม่สามารถขายของแบบเดิมได้ ไม่ได้เรียกว่าล้มเหลว ผมยังคงทำงานอยู่ในองค์กรแห่งนี้ เพียงแต่สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนคือหันหางเสือไปสู่ธุรกิจใหม่ (Refocus) พร้อมกับขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วยบิซิเนสโมเดลใหม่" นักบริหารเลือดแซมบ้า เล่า
ท่าทีของอีวานโดรดูจะคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลง หนุ่มนักบริหารวัย 40 ปี ยังเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้กิจการโกดักกล้องถ่ายรูปและฟิล์ม ที่ต้องล้มละลาย เพราะได้รับผลพวงกระแสดิจิทัลที่เคลื่อนตัวมามีอิทธิพลในระยะประชิด ต่อผู้คนใช้กล้องถ่ายภาพและฟิล์ม ที่หันไปพึ่งระบบดิจิทัลกันหมด
ตลาดเปลี่ยนเร็วจนโกดักตามไม่ทัน แถมยังถูกคลื่นยักษ์จากกระแสสมาร์ทโฟน ซัดอีกรอบ ธุรกิจกล้องถ่ายภาพและฟิล์ม จึงต้องม้วนเสื่อ
หุ้นตก-ผลประกอบการขาดทุนติดต่อกันถึง 5 ปี !!! ทางรอดเดียวคือการปิดกิจการ ขายธุรกิจนำเงินมาล้างหนี้ โดยยื่นเรื่องพิทักษ์ทรัพย์สินจากเจ้าหนี้ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2555
บทเรียนวิกฤติองค์กร นามโกดัก เกิดจากความนิ่งนอนใจไม่คิดว่ากระแสดิจิทัลจะมาเร็วและแรง เตะฟิล์มไปให้พ้นทาง
รู้ตัวอีกทีก็กลับลำไม่ทัน !!!
ทว่า หลังจากตัดขายธุรกิจ โกดักก็พร้อมกลับมายืนอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งด้วยต้นทุนซึ่งเป็นเหมือนมรดกเก่าที่บริษัทแม่ในอเมริกา บริษัท อีสแมน โกดัก ทิ้งไว้ให้ โดยเฉพาะทรัพย์สินจากการถือครองสิทธิบัตร ทำให้โกดักมีกระแสเงินสดมาลงทุนพัฒนาธุรกิจใหม่ๆได้ไม่ลำบากนัก
หน้าที่ของฝ่ายบริหารอย่างเขาคือการนำ "มรดกแบรนด์" และ "เทคโนโลยี" ที่หลงเหลือมาตัดต่อนวัตกรรมเพิ่มมูลค่า ตอบสนองลูกค้ากลุ่มใหม่จากลูกค้าทั่วไป (BtoC) เปลี่ยนมาเป็นลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (BtoB)
“เรายังมีมรดกแบรนด์ เทคโนโลยีการพิมพ์ที่มีพัฒนาการด้านนวัตกรรมการพิมพ์แบบใหม่ รวมทั้งทรัพย์สินของบริษัทแม่มูลค่าสูงที่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ สร้างผลกำไรให้กับบริษัท ผมเชื่อมั่นว่าเราจะกลับมายืนได้อย่างแข็งแกร่ง” อีวานโดร ระบุเช่นนั้น
เขายังบอกถึงศักยภาพของธุรกิจการพิมพ์ว่า มีโอกาสขยายตัวทั้งรายได้และกำไร โดยมีแรงส่งจากการลงทุนด้านนี้อย่างจริงจังต่อเนื่อง หลังจากลงทุนปรับปรุงโรงงานในจีนเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับซื้อโรงงานในญี่ปุ่นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้โกดักยังสามารถใช้ประโยชน์จาก "ศูนย์เทคโนโลยีวิจัย" และโรงงานผลิตเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงที่กระจายตัวอยู่ใน 4 ภูมิภาคของโลก อาทิ บราซิล แคนาดา จีน อังกฤษ เยอรมัน อินเดีย อิสราเอล สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา
ทว่า สิ่งที่โกดักต้องปรับเปลี่ยนคือการจับตลาดให้อยู่หมัดในโซนเอเชีย ขยายวงไปในกลุ่มลูกค้า BtoB ตั้งแต่สำนักพิมพ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ จนไปถึงองค์กรต่างๆ ที่ต้องการหาฟังก์ชันการพิมพ์เพื่อดึงดูดลูกค้า
เอเชียยังกำลังเป็นดาวรุ่ง ประเมินจากรายได้ในเอเชียของโกดักใน 2555 อยู่ที่ 2,700 ล้านดอลลาร์ หรือมีสัดส่วน 27% ของโกดักทั่วโลก โกดักยังตั้งเป้าว่าในอีก 3 ปีจากนี้ โกดักในเอเชียจะเพิ่มรายได้เป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของโกดักทั่วโลก
อีวานโดร ยังประเมินว่าในปี 2573 กลุ่มคนชั้นกลางในเอเชียจะมีสัดส่วนสูงขึ้น 2 ใน 3 คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่าย 4,200 ล้านดอลลาร์ ทำให้โอกาสของธุรกิจการพิมพ์หลั่งไหลจากยุโรปเทสู่โซนเอเชีย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเกิดใหม่
ปัจจุบันกลุ่มกิจการพิมพ์ของโกดัก ประกอบด้วย การพิมพ์หนังสือพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) ,การพิมพ์เชิงพาณิชย์ (งานโฆษณา กราฟฟิก) การพิมพ์หนังสือ (นิตยสาร การพิมพ์เฉพาะ) รวมถึงการบริการการพิมพ์องค์กร โดยมีนวัตกรรมการบริการการพิมพ์ จากการพิมพ์ทั่วไป เปลี่ยนมาสู่ระบบดิจิทัล เช่น การพิมพ์บาร์โค้ด เพื่อให้ตรงกับประเภทที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงการพิมพ์บาร์โค้ดเพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า เช่น บาร์โค้ดลดการปลอมแปลงยา ซึ่งระบาดหนักในจีน
จุดบอดของธุรกิจกล้องและฟิล์มของโกดักที่เคยเกิดขึ้น ทำให้การพลิกสู่อุตสาหกรรมการพิมพ์รอบนี้ โกดักไม่ยอมให้ฝันร้ายซ้ำรอย ขึงผ้าปูทางงานบริการการพิมพ์ในทุก 6 เซคเมนท์ พร้อมไปกับนำเสนอบริการใหม่ๆ สู่ระบบดิจิทัล หวังกวาดต้อนฐานลูกค้ากลับมาให้ได้ ไม่ยอมทิ้งลายผู้นำ





