วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เวิลด์เอ็กซ์โป'โอกาสและความเสี่ยงของดูไบ

"เวิลด์เอ็กซ์โป" โอกาสและความเสี่ยงของดูไบ จะนำเงินลงทุนจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ในดินแดนแห่งนี้

ความสำเร็จจากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ของนครดูไบ จะนำมาซึ่งเงินลงทุนจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ในดินแดนแห่งนี้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะได้เห็นวัฏจักรฟองสบู่ของเศรษฐกิจที่โป่งพองก่อนแตกออก อันเป็นสิ่งที่เกือบทำให้ฐานะการเงินของดูไบล่มลงเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

นครดูไบสามารถเอาชนะคู่เเข่งอีก 3 เมืองจากบราซิล รัสเซีย และตุรกี ผ่านการลงคะแนนเลือกโดยองค์การนิทรรศการนานาชาติ ให้เป็นสถานที่จัดงาน "เวิลด์ เอ็กซ์โป" ในปี 2563 อันถือเป็นสัญญาณที่จะได้เห็นเศรษฐกิจในเมืองแห่งนี้ฟื้นตัวอย่างรุ่งโรจน์ หลังจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ดินแดนแห่งนี้เคยเกือบผิดนัดชำระหนี้ จากฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์แตก จนเป็นเหตุให้ราคาทรัพย์สินตกลงมากกว่า 50% ในช่วงปี 2551 - 2553

ปัจจุบัน มูลค่าการค้า การท่องเที่ยว และบริการทางการเงินในดูไบกำลังขยายตัวอย่างมาก เป็นเหตุให้สามารถกลับมาวางแผนลงทุนเมกะโปรเจกต์แบบในอดีต แต่นักธุรกิจบางคนวิตกว่าการลงทุนเพิ่มเติมจากการเป็นเจ้าภาพเวิลด์ เอ็กซ์โป อาจทำให้เศรษฐกิจดูดซับไม่ทัน โดยความหวังที่เมืองจะประสบความสำเร็จจากการเสนอตัวรับเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกที่มีขึ้น 5 ปีต่อครั้ง ทำให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จนราคาสูงขึ้น 20% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา พร้อมกับที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เองก็บวกขึ้นมา 79% ในปีนี้เช่นกัน

หากสิ่งต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นไปอีก ก็อาจส่งผลเสียต่อศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของดูไบ เพราะทำให้ฐานต้นทุนสูงขึ้น และอาจทำให้ดูไบส่อเค้าจะสะดุดอีกครั้ง

นายไซม่อน วิลเลียมส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำตะวันออกกลางของเอชเอสบีซี ระบุว่าการที่ดูไบได้สิทธิเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอกซ์โป 2020 ถือเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังที่จะทำให้ลืมวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2552 และประกาศให้โลกได้รับรู้ถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มเเข็ง

แต่เขาชี้ว่าสิ่งท้าทายผู้บริหารนครดูไบขณะนี้ไม่ใช่การสร้างการเติบโต แต่อยู่ที่การบริหารเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีความสมดุล โดยการดำเนินนโยบายในช่วง 12 เดือนข้างหน้า จะเป็นเครื่องชี้วัดอย่างดีว่าเมืองแห่งนี้จะสามารถหลีกเลี่ยงวัฏจักรเศรษฐกิจแบบฟองสบู่ได้หรือไม่

นักวิเคราะห์ประเมินว่า การที่รัฐบาลคาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้คนเข้าร่วมงานจำนวนกว่า 25 ล้านคน ซึ่ง 70% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และจะสามารถสร้างงานได้ 277,000 อัตรา น่าจะเป็นเป้าหมายที่สูงเกินไป ขณะที่เอชเอสบีซีคาดการณ์ว่า ดูไบต้องใช้เงินลงทุนด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 6,800 ล้านดอลลาร์ และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน ซึ่งรวมโครงการพัฒนาจากภาคเอกชนด้วยแล้ว จะสูงแตะระดับ 18,300 ล้านดอลลาร์

ด้านนายอลัน โรเบิร์ตสัน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารระดับภูมิภาคของธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ "โจนส์ แลง ลาซาลล์ " และเป็นที่ปรึกษาให้กับนครดูไบในการยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอกซ์โป 2020 คาดการณ์ว่า ความสนใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ดูไบจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมระบุว่าแม้การจัดงานจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ของดูไบในระยะยาว แต่ควรมีการจัดการผลกระทบในระยะสั้นที่ป้องกันการปั่นราคาสูงเกินควรและปริมาณการผลิตล้นตลาด

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นครดูไบพยายามสกัดนักเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมในธุรกรรมซื้อขายถ่ายโอนที่ดินขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 4% ขณะที่ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ออกกฎเกณฑ์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเคหะและจำกัดปริมาณการปล่อยเงินกู้ให้กับกิจการของรัฐรายใหญ่หลายรายด้วย หลังพบว่าสาเหตุในการเกิดวิกฤติปี 2552 มาจากการที่กิจการของรัฐมีหนี้สูงถึง 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี