บลจ.ไทยพาณิชย์ ยื่นตั้ง "กองทุน TRUEGIF" ลุยลงทุนทรัพย์สินด้านพื้นฐานโทรคมนาคมของ "ทรู คอร์ปอเรชั่น" มูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้าน ไอพีโอสิ้นปี
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นจัดตั้ง "กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท (TRUEGIF)" กับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งคาดว่า จะจัดตั้งได้ภายในปีนี้
กองทุนดังกล่าว จะนำเงินที่ระดมทุนได้ไปลงทุนในทรัพย์สินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้แก่ 1.เสาโทรคมนาคม 11,845 เสา แบ่งเป็นสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิ 5,845 เสา และกรรมสิทธิ์ในเสา 6,000 เสา และ 2. ระบบใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์ระบบสื่อสัญญาณที่เกี่ยวข้อง และยังลงทุนในทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอินเทอร์เน็ต ได้แก่ 3.ระบบใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์สัญญาณที่เกี่ยวข้อง และ 4.ระบบบรอดแบรนด์ในต่างจังหวัด 1.2 ล้านพอร์ต โดยมูลค่าทรัพย์สินจากผู้ประเมินอิสระอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท โดยปี 2557 คาดจะมีรายได้จากค่าเช่าจากทรัพย์สินที่ลงทุนเข้ามา 5,357.5 ล้านบาท
ทรัพย์สินที่กองทุน TRUEGIF ลงทุน มีความหลากหลาย และกระจายอยู่ทั่วประเทศครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม ซึ่งสนับสนุนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถให้บริการครอบคลุมประชากร 95% ทั่วประเทศ และระบบใยแก้วนำแสงครอบคลุมกว่า 73 จังหวัดทั่วประเทศ และมีโอกาสเติบโตจากการร่วมใช้เสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม จากผู้ให้บริการรายอื่นได้อีกในอนาคต รวมถึงโอกาสจากการพัฒนาของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในอนาคต
"แม้กองทุน TRUEGIF จะเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนในธุรกิจสื่อสารที่ใหญ่สุดของไทย แต่ด้วยคุณภาพของสินทรัพย์และผลตอบแทนที่น่าจะดึงดูดดีมานด์จากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ มั่นใจว่าจะขายได้หมด โดยจะให้น้ำหนักการจัดสรรกับกลุ่มนักลงทุนในประเทศเป็นหลัก แม้จะมีปัจจัยการเมืองในประเทศแต่มั่นใจว่านักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจะให้การตอบรับด้วยดี"
ด้านนายนพปฏล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แหล่งรายได้ของกองทุน TRUEGIF ถือว่ามีสมดุลทั้งส่วนที่เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงที่เกิดจากการลงทุนในรายได้สุทธิและรับโอนกรรมสิทธิ์ และมีโอกาสการเติบโตของรายได้ จากการลงทุนในกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของกองทุนนี้ และทรัพย์สินที่นำเข้า มีความเสี่ยงเรื่องการล้าสมัยของเทคโนโลยีต่ำ จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ โดยกลุ่มทรูยังจะต้องเป็นผู้เช่าหลักไม่ต่ำกว่า 60%% ในทรัพย์สินดังกล่าว
ดังนั้นยังมีโอกาสที่กองทุนจะนำทรัพย์สินที่เหลือ ไปให้ผู้ประกอบการรายอื่นได้เข้ามาเช่าเพิ่มเติม เพราะกองทุน TRUEGIF ไม่ใช่ของทรู คอร์ปอเรชั่นแล้ว ซึ่งโอกาสที่จะมีผู้ประกอบการรายอื่นสนใจเข้ามาเช่าก็มีเช่นกัน และค่าเช่าที่ทรูจ่ายให้กับกองทุน ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย โดยเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินให้กับกองทุน TRUEGIF ครั้งนี้ ส่วนใหญ่บริษัทจะนำไปใช้หนี้ ซึ่งจะทำให้หนี้สินของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากก่อนตั้งกองทุนมี 105.7 พันล้านบาท ลดลงเหลือ 49.2 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้ลงทุนสร้างเสาโทรคมนาคม 6,000 เสา ตลอดจนเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทด้วย
"กลุ่มทรูจะใช้สิทธิเข้าไปถือหน่วยลงทุนในกองทุนไม่ต่ำกว่า 18% และไม่เกิน 33.33% ตามสิทธิ์ และในอนาคตหากจะมีการนำทรัพย์สินอื่นของบริษัทขายออกไปจะต้องให้สิทธิ์กับกองทุน TRUEGIF ได้สิทธิ์ในการซื้อก่อนเป็นอันดับแรกด้วยเช่นกัน"







