วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Energy Sector (Refinery and Petrochemical)

ธุรกิจโดยรวมเสี่ยงขึ้น คาดกำไร PTTGC โตเด่นที่สุด

ธุรกิจการกลั่น – เริ่มมีแรงกดดันจากกำลังกลั่นใหม่

เราประเมินว่า ค่าการกลั่นปี 2557 มีโอกาสปรับลด 4% เป็น 4.1 เหรียญต่อบาร์เรล (คำนวณจากค่าเฉลี่ยสัดส่วนการผลิตของโรงกลั่นในประเทศ) จากกำลังการกลั่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีก 2.3 ล้านบาร์เรล จากการผลิตในจีนและตะวันออกกลาง ขณะที่ IEA คาดอุปสงค์น้ำมันเติบโตเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล ด้านค่าการกลั่นยังทรงตัวในระดับต่ำ ตั้งแต่โรงกลั่นใหม่ในประเทศซาอุฯ (Jubail) เริ่มผลิต ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ซาอุฯ มีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปลดลง รวมทั้งการส่งออกน้ำมันเตาที่เพิ่มขึ้นกดดันอุปทานในภูมิภาค (บริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการกลั่น ได้แก่ BCP TOP IRPC PTTGC)

ธุรกิจปิโตรเคมี - มีเสี่ยงจากปัญหาอุปทานล้นตลาด

เราประเมินว่าธุรกิจปิโตรเคมีทั้งต้นน้ำและปลายน้ำจะได้รับผลกระทบจากอุปทานล้นตลาดด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มอะโรเมติกส์ ที่เริ่มเห็นผลกระทบจากการเริ่มผลิตโรงงานพาราไซลีนของจีน (โรงงาน Tenlong ขนาด 8 แสนตันต่อปี) รวมทั้งยังมีการคาดหมายว่าในปี 2557 จะมีกำลังการผลิตใหม่ที่จากเกาหลีเพิ่ม 4 ล้านตัน ทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำคัญใน 4Q56 (Qtd) ปรับลดลงเฉลี่ย 15%QoQ รวมทั้งส่วนต่างราคาในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลาง – ปลายน้ำ (บริษัทที่เกี่ยวข้องในกลุ่มอะโรเมติกส์ TOP PTTGC IRPC)

กำลังการผลิตใหม่ ยังมีข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบผลิต

ปัญหาอุปทานล้นตลาดจะทำให้เราเชื่อว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำคัญ ในกลุ่มอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ คาดจะลดลงเฉลี่ย 8% - 10% YoY แต่ยังมีโอกาสที่เราจะกลับมาทบทวนสมมติฐานส่วนต่างราคาในบางผลิตภัณฑ์อีกครั้ง จากปัญหาในการจัดหาวัตถุดิบในการผลิต ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนเช่น (1) โรงงานพาราไซลีนใหม่ในเกาหลีที่จะเริ่มผลิตในปี 2557 กว่า 4 ล้านตัน แต่วัตถุดิบในประเทศรองรับเพียง 65% ที่เหลือมาจากการนำเข้า ซึ่งมีความเสี่ยงที่ราคาวัตถุดิบจะสูงจนไม่คุ้มกับการเดินเครื่อง เนื่องจากตลาดวัตถุดิบในภูมิภาคอยู่ในภาวะสมดุล

คาดกำไร 4Q56 ค่าการกลั่นที่อ่อนแอ และ Stock Gain ที่ลดลง

ปัจจัยสำคัญกระทบกำไรสุทธิ 4Q56 มาจาก (1) ค่าการกลั่นที่ยังคงอ่อนแอจากความต้องการใช้น้ำมันทำความร้อนตามฤดูกาลล่าช้ากว่าคาด ประกอบกับโรงกลั่นใหม่ในซาอุฯ (Jubail) เริ่มผลิต ซึ่งในช่วงต้นทำให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันเตา ทำให้ค่าการกลั่นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา (2) การรับรู้ Stock Gain ลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันล่าสุดยังคงเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับราคาปิด ณ สิ้น 3Q56 ที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิ 3Q56 รวมสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนใน 2Q56 มีการรับรู้ Stock Gain กว่า 6.6 พันล้านบาท คิดเป็น 66% ของกำไรสุทธิ 3Q56 และ (3) ส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์สำคัญในกลุ่มปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลง

PTTGC ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด คาดปี 57 กำไรเติบโต 11% YoY

เราเลือก PTTGC เป็นหุ้นเด่น จากการคาดหมายกำไรสุทธิปี 2557 ที่เติบโตเด่นที่สุดในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี การเติบโตของผลประกอบการมาจากกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก (สัดส่วน EBITDA ในปี 2557 อยู่ที่ 70%) จากสมมติฐานราคา HDPE ปี 2557 ที่ 1,450 เหรียญต่อตัน เท่ากับปี 2556 รวมทั้งต้นทุนในการดำเนินงานที่ได้เปรียบเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม จากการใช้ก๊าซฯ เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เราคาดหมายจะเห็นกำไรสุทธิ 4Q56 ที่ยังคงใกล้เคียงกับ 3Q56 ที่ผ่านมา แม้ไม่มี Stock Gain และยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (+11%YoY)