อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงขึ้น (ดาวกระจาย + อภิปรายไม่ไว้วางใจ + พ.ร.บ.มั่นคงคลุมทั้งกรุงเทพฯ) จะเป็นปัจจัยฉุดตลาด
แต่การไม่ปิด Low วานนี้ สะท้อนโอกาสที่จะเกิดรีบาวด์ทางเทคนิคบริเวณใกล้ 1330 จุด แนะนำ เก็งกำไรแบบมีจุดขายตัดขาดทุน 3% ที่แนวรับ
คาดดัชนีฯ ลงต่อ เป้าหมายหลัก 1320/1270 จุด แต่มีโอกาสเกิด Technical Rebound บริเวณ 1330 จุด (+/- 5 จุด) แต่เป้ารีบาวด์อาจไม่เกิน 1380 จุด (โอกาสเกิด 70%) ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ ต่อการกำหนดท่าทีทางการเมือง (ยิ่งปล่อยระยะเวลาเนิ่นนาน ยิ่งเป็นลบต่อทิศทาง ตลาดหุ้นไทย) และสถานะการณ์การเมืองโค้งสุดท้ายจะออกมาในลักษณะใด (รุนแรง หรือ จบลงด้วยดี)
• ปัจจัยลบ เราคาดว่า นักลงทุนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวลบไปในราคาหุ้นเป็นส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับลด GDP, ผลกำไรบจ.ฯลฯ แต่อาจยังไม่ได้รวม ความล่าช้าของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หากการเมืองมีการแปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย (ยุบสภา หรือ เหตุปะทะรุนแรง) ทำให้ความเสี่ยงขาลงของดัชนีฯยังคงมีต่อเนื่อง อาจเป็น 1320 จุดหรือ 1270 จุด อิงสถิติในอดีต โดยหุ้นกลุ่มอิงนโยบายของรัฐบาล และกลุ่มท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มสินค้าคงทน จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบสูงสุด ขณะที่กลุ่มอิงการบริโภค ค้าปลีก อาหาร ส่งออก Utilities จะลดลงน้อยกว่าตลาดฯ
• สถานการณ์การเมืองร้อนแรงมากขึ้น ความเสี่ยงวันนี้ คือ โอกาสเกิดการปะทะกันระหว่างหน่วยงานรักษาความมั่นคง และม๊อบราชดำ เนิน มีความเป็นไปได้สูงขึ้น อิงจากสถานะการณ์วานนี้ เกือบมีเหตุการณ์ปะทะกัน จากการดาวกระจาย 13 จุด และปักหลักยึดสำนักงบกระทรวงคลัง ขณะที่ คปท.ปิดบัวแก้วพร้อมประกาศเดินหน้ายึดหน่วยราชการทั่วประเทศไม่ให้ทำงานอีกต่อไป ลั่นสถาปนาอำนาจประชาชน วางหลักเกณฑ์บ้านเมืองใหม่ ขณะที่วันนี้ สภาฯจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ทำให้โอกาสที่จะมีการเผชิญหน้ามีความเป็นไปได้สูง ส่งผลให้ รัฐบาลตัดสินใจเมื่อคืนนี้ แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจขยายพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง คุม กทม.-นนทบุรี ทั้งจังหวัด พ่วงอ.บางพลี กับ อ.ลาดหลุมแก้ว






