ตลาดไทยวันนี้ยังมีโอกาสปรับลงได้ต่อ โดยประเด็นการเมืองยังคงกดดันตลาดอยู่ และต่างชาติยังคงขายสุทธิค่อนข้างมาก
ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อ แต่ตลาดไทยอาจปรับลงไม่มาก เนื่องจากตลาดในต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก และตลาดไทยปรับลงไปแรงแล้วในช่วงสัปดาห์ก่อน
แนวรับ/แนวต้าน : 1340/1480
กลยุทธ์ : เดือนนี้ยังควรเล่นสั้นด้วยความไม่แน่นอนประเด็น QE และการเมืองในประเทศ
สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 70%: พอร์ตหุ้น 30%
นักลงทุนระยะสั้น : เก็งกำไร AOT, PYLON
นักลงทุนระยะยาว : แนะนำซื้อ BEAUTY, SCB, THANI
จับข่าวมาเก็งกำไร
BEAUTY: นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2557 เติบโต 30% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มเป็น 297 สาขา จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีสาขาทั้งสิ้น 233 สาขา ด้านแผนการดำเนินงานในปี 2557 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายสาขาภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เน้นการขยายสาขาไปต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ส่วนแผนการขยายตลาดต่างประเทศ บริษัทมีแผนจะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติมจากเดิมที่มีเปิดอยู่แล้วในกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน อาทิ กัมพูชา เวียดนาม พม่า และสปป.ลาว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประเทศที่มีฐานลูกค้าของ BEAUTY อยู่แล้ว ด้านไตรมาสที่ 4/56 รายได้ของบริษัทน่าจะมีการเติบโตอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วง High season ของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ (ข่าวหุ้น)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังยังไม่มีนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีปัญหามาควบรวมกิจการกันแต่อย่างใด และในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆก็ยังไม่เคยทำข้อเสนอเรื่องให้มีการควบรวมให้พิจารณา ด้านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เผย จากสถานการณ์ในปัจจุบันนั้น เชื่อได้ว่าทางธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จะเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูได้ เนื่องจากมีผลการดำเนินงานที่ดีทั้งในแง่ของเงินฝาก การปล่อยสินเชื่อ และการแก้ไขหนี้ที่มีปัญหา ส่วนเอสเอ็มอีแบงก์นั้น สคร.กำลังหารือเรื่องแผนฟื้นฟูอยู่ เพราะยังมีปัญหาเรื่องหนี้ตกชั้นเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยต่างประเทศ
+สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนม.ค.ร่วงลง 60 เซนต์ หรือ 0.63% ปิดที่ระดับ 94.84 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ย.) หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เนื่องจากการเจรจานิวเคลียร์อิหร่านยังไม่คืบหน้า ประกอบกับความกังวลว่าการส่งออกน้ำมันของลิเบียอาจหยุดชะงัก ส่งผลให้ค่าสเปรดระหว่างราคาน้ำมันดิบเบรนท์กับน้ำมันดิบ ของสหรัฐขยายกว้างขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน
+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวก 54.78 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 16,064.77 จุด ซึ่งเป็นการปิดเหนือระดับ 16,000 ได้เป็นครั้งที่สอง
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่เหนือระดับ 1,800 ได้เป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตยาที่ปรับตัวขึ้น หลังได้รับข่าวดีจากหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป









