วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หอการค้าหวั่นชุมนุมยืดเยื้อเกิดเหตุรุนแรง

ประธานหอการค้าไทยหวั่นชุมนุมยืดเยื้อจะเกิดความรุนแรง เชื่อแม้ยุบสภาก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นอีก

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า มีความกังวลว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นหากยังมีการชุมนุมยืดเยื้อต่อไปและจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจประเทศ และแม้จะมีการหาทางออกโดยเลือกยุบสภาก็เชื่อว่า จะยังคงมีปัญหาเกิดขึ้นอีก เพราะจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการเตรียมการเลือกตั้ง และนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะหยุดชะงักในช่วงเวลาที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีปัญหา จึงน่าเป็นห่วง

นายอิสระ ได้กล่าวสุนทรพจน์เรื่อง “เปลี่ยนหัวคิด ตั้งใจ สู่ชัยชนะ” ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศที่ จ.ตรังว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องตระหนัก โลกในทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย อาทิ การเปลี่ยนแปลง ทางด้านเทคโนโลยี ภูมิอากาศโลก รูปแบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โครงสร้างประชากรโลก และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเมือง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น มาด้วยความเร็ว แรง และมีความถี่มากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

นายอิสระ กล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องรู้เขา รู้เราให้ลึกซึ้ง รู้ว่าบริบทของโลกมีการเปลี่ยนแปลง และเราต้องปรับตัวให้ทัน รู้จักตัวเองก่อน ธุรกิจของเรามีจุดอ่อนอะไรที่ต้องพัฒนา (Room for Improvement) ต้องสำรวจให้พบ สร้างความสามารถในการแข่งขัน เริ่มที่ตัวเรา เริ่มที่เปลี่ยนความคิดหรือหัวคิด (Change Mindset) เมื่อภาคธุรกิจเข้มแข็ง มีความสามารถในการแข่งขัน ประเทศชาติก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย

ที่ผ่านมา แม้อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยไม่ได้แย่ลง แต่ก็ไม่ดีขึ้น ขณะที่อินโดนีเซีย และมาเลเซียมีการปรับอันดับที่ดีขึ้น โดยผลิตภาพการผลิตของแรงงานไทย (Productivity) ยังต่ำกว่าของมาเลเซียกว่าเท่าตัว ประเทศไทยมี ผลิตภาพภาคเกษตรกรรม 3,443 ดอลลาร์สหรัฐ/คน/ปี ต่ำกว่าประเทศมาเลเซีย 6.5 เท่า และต่ำกว่าประเทศออสเตรเลียถึง 23 เท่า

“ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก และสถานการณ์บ้านเมือง อันไม่ปกติ ภาคเอกชนต้องลุกขึ้นเป็นผู้นำในการสร้าง การเปลี่ยนแปลง หอการค้าทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันหลักทางธุรกิจ เรามาร่วมกันเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของประเทศ สู่การขายปัญญา ใช้องค์ความรู้ สร้างนวัตกรรม และพัฒนาเทคโนโลยีในการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับสินค้า เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่งคั่ง และยั่งยืน” นายอิสระ กล่าว