คปภ.ประเมินอุตฯประกันปี"57ยังโตต่อเนื่องเป็นตัวเลข 2 หลัก มั่นใจกวาดเม็ดเงินราว 7แสนล้านบาทเทียบเท่า 6% ของจีดีพี รั้งอันดับ 2 ของอาเซียน
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ได้ประเมินทิศทางของภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันในปี 2557 ยังมีทิศทางการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้อย่างต่อเนื่องจากปี 2556 ซึ่งเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาประกันฉบับที่ 2 ซึ่งจะจบในปี 2557 นั้น กำหนดสัดส่วนเบี้ยประกันจะต้องได้ 6% ของจีดีพีหรือราว 7 แสนล้านบาท ขณะนี้มั่นใจว่าทุกอย่างสามารถเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน
"ตั้งเป้าปี 2557 ได้วางไว้ว่าจะต้องมีสัดส่วนของเบี้ยประกันอยู่ที่ 6% ของจีดีพี เพราะต้องการติดอันดับ 2 คู่กับมาเลเซีย เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ณ ปัจจุบันเราอยู่อันดับ 3 ซึ่งความเป็นไปได้มีสูงมาก เพราะปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากประกันทั้งระบบมากกว่า 6 แสนล้านบาท คิดเป็นกว่า 5% ของจีดีพี"
เขา ระบุว่า โอกาสการเติบโตของประกันในประเทศไทย ยังมีอีกจำนวนมาก เพราะสาธารณชน ได้เปิดรับมากกว่าเดิม ประชาชนมีมุมมองต่อประกันดีขึ้น บริษัทประกัน มีการสร้างและพัฒนาภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ประชาชนรู้จักการบริหารความเสี่ยงของตัวเองมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันของไทยจึงยังสามารถเติบโตได้อีกเยอะมาก และเมื่อนำศักยภาพของประกันในไทยมาเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ แล้วพบว่ากลุ่มประเทศที่มีความเจริญแล้ว มีอัตราการเติบโตของประกันแค่ 2-3% เท่านั้น
ขณะที่ประเทศเกิดใหม่ 80-100 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงประเทศไทยด้วย มีอัตราการเติบโตของประกันเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 7-8% เท่านั้น ขณะที่ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย เป็นตัวเลข 2 หลักมาตลอด อย่างกรณีของปี 2556 ก็ประเมินว่าเติบโตได้ที่ 17% และการที่ประกันของไทยมีการเติบโตที่ดี จึงเป็นสิ่งที่บริษัทต่างชาติ หรือนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่ม
นายประเวชระบุว่า คปภ.ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ดูแลอุตสาหกรรมประกัน ไม่ได้เป็นห่วงในเรื่องฐานะของบริษัทประกัน โดยได้ติดตามตรวจสอบเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน รวมทั้งเงินกองทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บริษัทประกันมีความเข้มแข็ง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และขณะนี้ ก็มีบริษัทประกันขนาดใหญ่ ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยได้สนใจไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะพม่า เวียดนามและกัมพูชา โดยจะเป็นลักษณะของการร่วมทุนมากกว่า
ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมเออีซี นั้น ในปี 2557 คปภ.ประเมินว่าทั้งระบบมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ซึ่งคปภ.จะทำการฉายภาพให้ผู้ประกอบการเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โดยจะหารือกับหน่วยงานกำกับของต่างประเทศและผู้ประกอบการในประเทศ เพื่อที่จะได้กำหนดยุทธศาสตร์ ให้เอกชนวางแผนการทำธุรกิจได้ง่ายสะดวกขึ้น และเป็นการสร้างให้อุตสาหกรรมมีความเข้มแข็ง ซึ่งคปภ.ให้น้ำหนักกับเรื่องความแข็งแกร่งของเงินกองทุน เพื่อยกระดับให้เป็นมาตรฐานสากลทุกอย่าง รวมถึงจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ และการประกอบธุรกิจ
นอกจากนี้ในปีหน้า คปภ.จะให้น้ำหนักกับการรณรงค์โครงการประกันภัย 200 เพื่อเป็นตัวกลางในการให้ประกันเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวมทั้งรณรงค์โครงการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และให้น้ำหนักกับแผนการประกันเฉพาะกิจสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ได้ประเมินเอาไว้ว่าในปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 22 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 24 ล้านคนในปี 2558 ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมมาตรการประกันท่องเที่ยวเอาไว้รองรับด้วย นอกจากนี้ยังให้น้ำหนักเกี่ยวกับประกันพืชผลทางการเกษตร อีกด้วย






