ครม.เห็นชอบบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด เดินหน้าโครงการ และหาช่องทางเพิ่มรายได้ รวมทั้งผลักดันให้มีการขายควบกับอสังหาริมทรัพย์
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีมติเห็นชอบให้บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) ผู้ดำเนินโครงการบัตร อีลิทการ์ด สามารถกำหนดรูปแบบประเภทบัตรสมาชิก ราคาบัตร สิทธิประโยชน์และบริการต่างๆ ค่าธรรมเนียมการโอนให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการกำหนดค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสในการหารายได้และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งหมายความว่าทีพีซีสามารถส่งเสริมการขายบัตรอีลิท์การ์ดร่วมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้โดยขณะนี้มีกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีนให้ความสนใจ และการดำเนินการดังกล่าวไม่มีภาระต้นทุนแต่จะช่วยสร้างประโยชน์และสนับสนุนให้มีนักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยและสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ มีอำนาจในการพิจารณา โดยให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและประโยชน์ของบริษัท ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำเสนอ ส่วนกรณีที่เสนอให้ครม.เห็นชอบให้บริษัทฯลงทุนหรือร่วมทุนกับกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัทหรือสมาชิก รวมถึงประเทศชาติ โดยนำทรัพยากรบุคคล สินทรัพย์ และสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่ลงทุนหรือร่วมทุนกับกิจการอื่นเพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัท อย่างยั่งยืนต่อไป นั้น ที่ประชุมครม.ยังไม่ให้ความเห็ฯชอบแต่อย่างใด แต่มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯกลับไปพิจารณาให้รอบคอบก่อน
นายอภิสิทธิ์ ชื่นชมพู ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี กล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนการจำหน่ายบัตรอีลิทการ์ดแล้ว ต่อจากนี้จะใช้ใน 2 แนวทางในการขายบัตรได้แก่ การขายบัตรจากสมาชิกแบบปกติ กับการดำเนินแผนการลงทุนเพิ่มเพื่อสร้างรายได้นอกจากการขายบัตร ด้วยการ ไปติดต่อกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ สามารถดึงกลุ่มลูกค้าที่ตรงเป้าหมายให้มาซื้อบัตรได้ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมการส่งออก กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และเมื่อได้จำนวนตรงตามเป้าหมาย ทีพีซีจะมีค่าคอมมิชชั่นให้ตามความเหมาะสม
"เบื้องต้นได้พูดคุยกับผู้ประกอบการด้านธุรกิจสุขภาพในการเปิดส่วนแบ่ง ฐานลูกค้าแบบระดับสูง โดยทีพีซีจะเข้าไปใช้แบรนด์อีลิทการ์ดในการโปรโมทร่วมกัน และอาจจะขยายรูปแบบการร่วมทุนไปยังธุรกิจร้านอาหารเพื่อดึงฐานลูกค้าอีลิทที่มีอยู่ กว่า 2,540 คน และในอนาคตอาจเป็นแบบรูปแบบการลงทุนร่วมหรือ เพียงแต่ใช้ลูกค้าร่วมกัน"







