วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศช.หั่นเป้าจีดีพีต่ำ4%ส่งออกเดี้ยง

สศช.หั่นจีดีพีปี2556 รอบสามวันนี้ หลุดกรอบ 4% เหตุส่งออกร่วงหนักในไตรมาส 3 แม้รายได้ท่องเที่ยวพุ่ง "กิตติรัตน์" ไม่กังวล ยันศก.ไทยไม่ถดถอย

การแถลงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 และแนวโน้มปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในวันนี้ (18 พ.ย.) จะสะท้อนให้เห็นว่าไทยได้รับผลกระทบจากภาคส่งออกอย่างมากจากเศรษฐกิจโลกชะลอ โดยสศช.จะปรับประมาณการเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช. จะปรับประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หรือ จีดีพีในปี 2556 ลงต่ำกว่ากรอบเดิมที่ 4% ซึ่ง สศช.ปรับลดเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้

สศช.ปรับประมาณการครั้งแรกในการแถลงภาวะเศรษฐกิจไตรมาสแรก เมื่อวันที่ 20 พ.ค. โดยปรับลดอยู่ที่ 4.2-5.2% หลังจากนั้นปรับอีกครั้งในการแถลงภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. อยู่ที่ 3.8-4.3% จากภาคส่งออกลดลงเนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจของ สศช. ไม่น่าประหลาดใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทุกหน่วยงานได้พากันปรับลดมาแล้ว โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาคส่งออก ซึ่งล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัว 3.7% และในปี 2557 จะขยายตัว 4.8% ส่วนส่งออกในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1%

"หลายหน่วยงานมีการปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ไปแล้ว เช่น ธปท. สศค. ปรับลดเหลือ 3.7% ขณะที่ไอเอ็มเอฟก็ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยเหลือ 3.1% เราก็อาจจะมีการปรับจีดีพีลดลงจากกรอบเดิมที่วางไว้ว่าเศรษฐกิจจะขยายได้ถึง 4% หรือ 4.2% เหลือต่ำกว่า 4% แต่จะไม่ต่ำกว่าระดับ 3% อย่างแน่นอน"แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีหลายปัจจัยที่มีปัญหา โดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งส่งผลกระทบมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 จากค่าเงินบาทแข็งค่า โดย สศช.ปรับเป้าส่งออกลงจาก 7.6% เหลือ 5% แต่การส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 3 ก็ยังไม่มีสัญญาณที่ฟื้นตัวขึ้น แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงมาเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก แต่ยอดการส่งออกในรูปของเงินดอลลาร์ไม่ได้เพิ่มขึ้น

เดือนก.ย. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 มูลค่าการส่งออกในรูปของเงินดอลลาร์ยังลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 7.09% ขณะที่การส่งออก 9 เดือนของปีนี้ (เดือนม.ค.-ก.ย.) เพิ่มขึ้นเพียง 0.05% เท่านั้น

ประเมินการเมืองกระทบไม่มาก

แหล่งข่าวกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของภาครัฐ โดยเฉพาะการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 ซึ่งจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศช่วงไตรมาสที่ 4/2556 ส่วนปัจจัยทางการเมืองไตรมาสที่ 3 สศช.ไม่ได้นำมาประเมินผลกระทบ เพราะว่ายังไม่มีการชุมนุมประท้วงทางการเมือง

ขณะที่ การประเมินผลกระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปี สศช. ประเมินว่าปัจจัยทางการเมืองอาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากการชุมนุมไม่มีการขยายพื้นที่ในบริเวณกว้างและไม่มีความรุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้น โดยหากเปรียบเทียบกับปี 2553 ที่สถานการณ์การเมืองรุนแรงกว่าในปัจจุบันขณะนั้น สศช.ก็ไม่มีการปรับลดประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากในปีดังกล่าวเศรษฐกิจโลกดีทำให้การส่งออกเติบโตได้ตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้แรงหนุนจากรายได้จากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวอาจจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งปีที่ 1.18 ล้านล้านบาท มีความเป็นไปได้ตามเป้าหมาย

'กิตติรัตน์'หวังลงทุนภาครัฐกระตุ้น

ด้าน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆ ลงไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยถดถอย เพราะในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2557 หน่วยงานของกระทรวงการคลังยังคงเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย ยกเว้นภาษีศุลกากรที่เก็บได้ลดลง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากอาจสะท้อนว่าเรานำเข้าสินค้าลดลง

สำหรับเรื่องของการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี นายกิตติรัตน์กล่าวว่าประเทศไทยอาจไม่จำเป็นต้องมีจีดีพีเพิ่มขึ้นสูงมากนักเนื่องจากประเทศที่ต้องการมีจีดีพีเพิ่มสูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีอัตราการจ้างงานต่ำจึงต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นมากเพื่อเพิ่มสัดส่วนการจ้างงาน แต่ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการว่างงานต่ำ แต่เราอยู่ในช่วงที่กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ดังนั้นการที่บางปีจีดีพีจะต่ำลงบ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล

นายกิตติรัตน์กล่าวว่าการแถลงจีดีพีในไตรมาส 3 ของ สศช.เป็นการกล่าวถึงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ผ่านมา ก็ถือเป็นเรื่องในอดีต ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2556 จะต้องดูข้อมูลในไตรมาสที่ 4 ประกอบด้วยซึ่งมองว่ามีปัจจัยบวกหลายอย่างเช่น การเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี งบประมาณ 2556 การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ในไตรมาสแรก รายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน ขณะที่การชุมนุมประท้วงจะอยู่ในขอบเขตที่จำกัดพอสมควร

"เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงรอยต่อจีดีพีอาจลดลงบ้าง แต่การขยายตัวที่ลดลงอาจเป็นสิ่งที่ต้องกังวลหากมองไปข้างหน้าแล้วไม่มีแผนการรองรับ แต่ประเทศไทยมีการลงทุนภาครัฐในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรออยู่ มีคนบอกผมว่าก็เป็นเรื่องที่น่าขำที่เราเอาอดีตมามองอนาคต เราคุ้นเคยกับการประมาณการไปข้างหน้าโดยมองไปยังอดีตซึ่งบ่อยครั้งก็ไม่ตรง ขณะที่การประมาณการไปข้างหน้าโดยมองไปข้างหน้าจะตรงมากกว่า"นายกิตติรัตน์ กล่าว

ชี้การเมืองกระทบไตรมาส 4

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่ สศช.จะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจของปี 2556 ลง ถือว่าเป็นไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในปีนี้ ถือเป็นการสะท้อนภาพที่ปรับตามสถานการณ์ ที่เครื่องมือทางเศรษฐกิจในปีนี้ไม่เป็นไปตามแผนหลายอย่าง โดยเฉพาะการส่งออกทั้งปีมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้เพียง 1% เท่านั้น ขณะที่ การลงทุนการบริหารจัดการน้ำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน ที่ไม่เป็นไปตามแผน รวมทั้งสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่อาจมีความยืดเยื้อได้

"ปัจจัยทางการเมืองจะไม่ได้กระทบกับเศรษฐกิจไตรมาส 3 แต่จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะหากการชุมนุมกระทบต่อการท่องเที่ยว จะส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวได้น้อยลงเนื่องจากคาดว่าในไตรมาสที่ 4 รายได้หลักจะมาจากการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศเป็นหลัก ขณะที่การส่งออกยังไม่ฟื้นตัวมากนัก โดยการส่งออกจะมีผลต่อเศรษฐกิจในปี 2557 มากกว่า เนื่องจากหน่วยงานของรัฐและเอกชนก็คาดการณ์ว่าการส่งออกในปี 2557 จะขยายตัวไม่น้อยกว่า 5%"นายธนวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หาก สศช.ปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจลงแล้วหน่วยงานต่างๆ ปรับลดลงตาม คาดว่าจะไม่สร้างปัญหาในเรื่องของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของไทยมากนัก เนื่องจากการประกาศตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ธปท.และ สศค.ได้ประกาศลดปรับลดจีดีพีมาอยู่ที่ 3.7%

ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจของหอการค้าปรับประมาณการอยู่ที่ 3.5% ซึ่งภาคเอกชนน่าจะมีการรับทราบภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงอยู่แล้วและเตรียมรับมือกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่อาจจะอยู่ที่ระหว่าง 3-3.5%

เอกชนมั่นใจไตรมาส 4 ฟื้น

ด้าน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หาก สศช.มีการปรับลดประมาณการจีดีพีในปีนี้ลงต่ำกว่า 4% จะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคเอกชนมากนัก เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวที่ประมาณ 3.5% ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมจากการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศลดลง คือ การส่งออก

"แม้ในช่วงไตรมาสที่ 4 แนวโน้มของการส่งออกจะเพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีตามปกติ แต่ต้องจับตาดูสัญญาณความเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งการชุมนุมทางการเมือง แต่มองว่าในไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นกว่า 3 ไตรมาส"