วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มหาเศรษฐีหันลงทุนศิลปะร่วมสมัย

มหาเศรษฐีจากประเทศตลาดเกิดใหม่ทำให้ตลาดงานศิลปะร่วมสมัยพุ่งสูงทำสถิติใหม่ ด้วยแรงขับจากทั้งความฟุ้งเฟ้อ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นักสะสมงานศิลปะสร้างความฮือฮาในการเปิดประมูลครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของ "ซัทเธอร์บีส์" โดยงานของแอนดี วอร์ฮอล ถูกประมูลไปด้วยราคาสูงทำสถิติที่ 105 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว ผู้จัดการกองทุนบริหารความเสี่ยง เจ้าชายและผู้ปกครองจากรัฐรวยน้ำมัน แข่งกันประมูลที่บริษัทคริสตี้ ทำให้ภาพเขียนชื่อ "ทรี สตัดดีส์ ออฟ ลูเซียน ฟรอยด์" ของฟรานซิส เบคอน ทำเงินได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 142.4 ล้านดอลลาร์

การประมูลดังกล่าวถูกมองว่าเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของตลาดศิลปะโลก

ที่ปรึกษาด้านศิลปะและผู้จัดการกองทุนบริหารความเสี่ยงกล่าวว่า ตลาดศิลปะโลกสอบผ่านไปอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเหตุผลนานาประการ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของชนชั้นมหาเศรษฐีนักสะสมงานศิลปะ ซึ่งหลายคนมาจากเอเชีย ตะวันออกกลาง และรัสเซีย อันเป็นภูมิภาคที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปี

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารและการลงทุน บริษัทจัดการการลงทุนดับเบิลไลน์ และนักสะสมงานศิลปะ "นายเจฟรีย์ กันด์แลค" กล่าวว่า เขาไม่เคยเห็นตลาดเป็นอย่างนี้มาก่อน ตลาดศิลปะระดับบนสุดกำลังถูกขับเคลื่อนโดยคนกลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศตลาดเกิดใหม่จำนวนหนึ่ง ที่ซึ่งประชาชนไม่เชื่อมั่นในสกุลเงินของตน และไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ผู้จัดการกองทุนบริหารความเสี่ยงที่ติดตามธุรกิจศิลปะอย่างใกล้ชิด เปิดเผยว่า เศรษฐีใหม่กำลังเกิดขึ้นมากในขณะนี้ และแค่เศรษฐีจีนไม่กี่คนเข้ามาเล่นในตลาดนี้ ก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดงานศิลปะแล้ว

อย่างไรก็ตาม มหาเศรษฐีจากประเทศตลาดเกิดใหม่จะต้องสู้กับเศรษฐีในโลกเก่า เพราะมหาเศรษฐีนักสะสมงานศิลปะในตะวันตกก็อาจกำลังวิตกว่าธนาคารกลางหลาย ๆ แห่งจะลดนโยบายผ่อนคลายทางการเงินที่ใช้มานานหลายปีตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกปี 2551 ลงเมื่อใดและในอัตราเท่าใด

แม้เงินเฟ้อของยุโรปกับสหรัฐอยู่ในระดับต่ำ พร้อม ๆ กับเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเกรงว่านโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ จะกระตุ้นให้ราคางานศิลปะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในที่สุด หรือในกรณีที่คิวอีไม่ได้ดันงานศิลปะให้พุ่งขึ้น แต่การยุติมาตรการคิวอีก็อาจทำให้ตลาดหุ้นและพันธบัตรปรับตัวลง

ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษาการเงิน เฮนเนสซี กรุ๊ป "นายชาลส์ กราดันเต" กล่าวว่า มาตรการคิวอีทำให้มีสภาพคล่องสูงอยู่ทั่วไป บริษัทต่าง ๆ กำลังเฝ้าจับตาแนวโน้มที่นักลงทุนจะออกจากสินทรัพย์บางชนิดอย่างพันธบัตร ไปหาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และงานศิลปะ

จนถึงขณะนี้ความต้องการงานศิลปะร่วมสมัยในฐานะการลงทุนที่ปลอดภัย ได้เพิ่มความสงสัยในหมู่ผู้ที่มองว่า คุณค่าของงานศิลปะประเภทนี้พิสูจน์ไม่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับงานศิลปะคลาสสิก

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีฐานะมั่งคั่ง งานศิลปะเป็นอีกหนึ่งความสง่างามของทางเลือกการลงทุนที่ปลอดภัยไม่กี่อย่าง เพราะจับต้องได้ เคลื่อนย้ายได้ ทนทานต่อเงินเฟ้อและความผันผวนของตลาดทุนดั้งเดิม