มีความเสี่ยงต่อส่วนผู้ถือหุ้นอาจติดลบ
ประเด็นข่าว
- รายงานผลประกอบการ 3Q56 ขาดทุนสุทธิ 4,269 ล้านบาท เป็นผลขาดทุนสูงขึ้นจาก 2Q56 และ 3Q55 เนื่องจากมีการบันทึกรายการพิเศษเป็นรายจ่ายสุทธิ 871 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) ค่าใช้จ่ายด้อยค่าโครงข่าย 2G จำนวน 2,056 ล้านบาท (2) ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย 451 ล้านบาท (3) กำไรจากการกลับรายการสิทธิภายใต้สัญญาสัมปทาน 791 ล้านบาท และ (4) การปรับยอดภาษีเงินได้รอตัดบัญชีฯ 845 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษ ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติขาดทุน 3,576 ล้านบาท
- EBITDA 3Q56 ทำได้ที่ 3,975 ล้านบาท ลดลง 8% QoQ จากค่าใช้จ่าย SG&A เร่งตัวขึ้น 12% QoQ สวนทางรายได้ลดลง 2% QoQ ส่งผลให้ EBITDA margin เหลือ 17.6%
ผลกระทบ
- EBITDA 3Q56 ต่ำคาด 10% แม้รายได้ 3Q56 ของกลุ่ม TRUE ใกล้เคียงคาด แต่ค่าใช้จ่าย SG&A สูงกว่าเราคาด 10% ทำให้ผลการดำเนินงานจาก EBITDA ต่ำกว่าคาด 10%
- อาจบันทึกด้อยค่า 2G เพิ่ม ผู้บริหาร TRUE ให้มุมมองต่อกรณี TrueMove สิ้นสุดสัมปทาน 15 ก.ย.2556 อาจทำให้ TRUE จะต้องตั้งด้อยสินทรัพย์โครงข่าย 2G ประมาณ 7,500 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้บริหารระบุว่าการตั้งด้อยค่า 2G น่าจะเกิดขึ้นหลัง ก.ย.2557 เรามองว่าการตัดสินใจบันทึกด้อยค่าเร็วกว่าที่ผู้บริหารระบุไว้ จะทำให้ใน 4Q56 อาจมีการบันทึกด้อยค่าเพิ่มจาก 3Q56 อย่างไรก็ตามรายการดังกล่าวเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด
- การจัดตั้ง IFF เป็นความหวังต่อลมหายใจ งบแสดงสถานะการเงิน 3Q56 ของกลุ่ม TRUE มีส่วนผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 5,000 ล้านบาท ลดลง 46% จาก 2Q56 เรามองว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจที่ยังอ่อนแอจากค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นมาก ทำให้ TRUE มีความเสี่ยงเพิ่มจากส่วนผู้ถือหุ้นกลับมาติดลบ ขณะเดียวกันการตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) และการบันทึกกำไรทางบัญชีจากการขายทรัพย์สินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 4Q56 จะเป็นความหวังต่อลมหายใจและลดความเสี่ยงต่อการเพิ่มทุน









