เปิดมุมมองภาคธุรกิจผ่าน Thailands Economic Growth and Forecast ชี้เศรษฐกิจไทยถึงจุดต่ำสุด ห่วงการเมืองเดือด
ในงานเสวนา "Thailand’s Economic Growth and Forecast" ซึ่งจัดขึ้นโดยน.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญธุรกิจแต่ละสาขา มาให้มุมมองเศรษฐกิจ-ธุรกิจในปี 2557 ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทย จะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลกในปีหน้า เพียงแต่ห่วงปัจจัยเสี่ยงด้านการเมือง
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2014 จากการตรวจสอบตัวเลขเศรษฐกิจในทุกๆ ด้านทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มีความมั่นใจว่าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะไม่แย่ไปกว่าปีนี้อย่างแน่นอน เพราะเศรษฐกิจในประเทศหลักต่างค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น และในเศรษฐกิจของทุกประเทศต่างมีวงรอบของเวลา ซึ่งในปี 2013 มองว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจลงมาจนถึงจุดต่ำสุด และจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในปีหน้า
ทั้งนี้การรับรู้ถึงจุดต่ำสุดทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมากของภาคธุรกิจ เพราะจะได้กำหนดแผนในการลงทุนที่ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ซึ่งหากไปลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจขาขึ้น ก็จะไม่ทันบริษัทที่ชิงลงทุนไปก่อนหน้านี้ได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าในปีหน้าจะมีการลงทุนภายในประเทศไทยสูงขึ้น
เศรษฐกิจไทยในปีหน้ายังทรงตัวอยู่ เนื่องจากไทยพึ่งพาการส่งออกมาก และตลาดหลักถึงแม้ฟื้นตัว แต่ก็ยังขยายตัวไม่มาก รวมทั้งจะต้องจับตาดูตลาดประเทศจีนว่าจะขยายตัวไปในทิศทางใด ขณะที่ตลาดในอาเซียน ยังคงเป็นตลาดที่ไทยสามารถพึ่งพาได้เพราะเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะการขยายตัว โดยที่ผ่านมา ปตท. ได้เข้าไปลงทุนในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศแล้ว ซึ่งในพม่า ปตท. เป็นบริษัทที่ลงทุนมากที่สุดในโลกกว่า 1 แสนล้านบาท
"ประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญกับอาเซียน โดยเฉพาะ 5 ประเทศบนผืนแผ่นดินใหญ่ พม่า สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย เชื่อมระบบขนส่งทางบกให้สะดวกรวดเร็ว ก็จะทำให้ไทยขยายตลาดจาก 60 ล้านคน เป็นกว่า 200 ล้านคนได้ทันที แต่ละประเทศมีเศรษฐกิจอยู่ในช่วงที่ขยายตัวได้อีกนาน หากไทยเข้าไปลงทุนช่วยขยายเศรษฐกิจของไทยได้อีกนาน" นายไพรินทร์ กล่าว
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 3% แต่จากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง อาจทำให้การขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ โดยผลจากความขัดแย้งทางการเมืองกระทบไปยังธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก ถ้าเหตุการณ์ยังยืดเยื้อบานปลายก็จะกระทบไปถึงการลงทุน ต่อจากนั้นก็จะเกิดความไม่มั่นใจทางการค้า
ดังนั้นรัฐบาลจึงควรควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง เพราะถ้าหากปล่อยให้ม็อบชนม็อบ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งผู้นำการประท้วงแต่ละฝ่ายจะต้องระวัง เพราะหากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ก็จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติมหาศาล
ส่วนการลงทุนนั้น คาดว่านักลงทุนญี่ปุ่นจะเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น จากเหตุความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่น จะทำให้ไทยและอาเซียนจะได้ประโยชน์จากการลงทุนเพิ่มขึ้น ดังนั้นไทยจะต้องเร่งปรับปรุงการให้สิทธิประโยชน์การลงทุน และทำให้บรรยากาศของประเทศน่าลงทุน
นอกจากนี้ ไทยควรจะใช้โอกาสจากการรวมกลุ่มเออีซีให้ได้ผลประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะการเข้าไปขยายการลงทุนในพม่า จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อีกนาน
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า มองว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะไม่ดีไปกว่าปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลก จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นไป รวมทั้งการที่สหรัฐฯจะลดการอุดหนุนมาตรการคิวอีในปลายปีนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อไทยพอสมควร ทำให้เกิดการผันผวนของค่าเงิน ทิศทางเงินลงทุนของต่างชาติไหลกลับไปยังประเทศที่พัฒนาแล้ว จะเห็นผลชัดเจนในไตรมาส 1 ของปีหน้า ทำให้ภาวะการเงินไทยเกิดการตึงตัว รวมทั้งเศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มากจนเกินไป ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น
โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ก็อาจจะไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอันเนื่องจากปัญหาคอรัปชัน ทั้งนี้อาเซียนจะเป็นตัวดึงดูดเงินลงทุนเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ไทยจะต้องปรับปรุงเรื่องการคอร์รัปชัน ซึ่งจะทำให้ต่างชาติหันเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น
นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ก็ส่งผลให้แรงงานหนีกลับไปต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะได้ค่าจ้างเท่ากับทำงานที่กรุงเทพฯ รวมทั้งโครงการลงทุนของรัฐบาล 2 ล้านล้านบาทที่จะเริ่มในปีหน้า ก็จะทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทวีความรุนแรงมากขึ้น







