วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

FuelWatch 'วอลโว่ กรุ๊ป'

นี่คือโครงการค้นหาพนักงานขับรถที่ดีที่สุด เพราะคนขับรถที่ดีย่อมเหมาะสมกับการใช้รถมีประสิทธิภาพสูงสุด

การเดินทางสู่สนามแข่งประหยัดน้ำมัน FuelWatch ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 21-24 ตุลาคม 2556 เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 เป้าหมายไม่เพียงสร้างความตระหนักเรื่องความประหยัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้สะท้อนถึงมุมมอง และทิศทางธุรกิจขององค์กรนี้ได้อนาคตที่ว่าด้วยการขับเคลื่อน "นวัตกรรม" และ "คน"

"นวัตกรรม" เกิดขึ้นทั้งจากการพัฒนารถบรรทุกในแต่ละรุ่นให้สอดรับกับความต้องการใช้งานของภาคธุรกิจ เพราะนั่นจะหมายถึงการช่วยประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อนำรถบรรทุกไปใช้งาน อีกทางเป็นการสร้างโซลูชั่นใหม่ด้านการการสร้างกระบวนการเรียนรู้ และส่งต่อกระบวนการเรียนรู้นั้นไปยัง "Driver" หรือ ผู้ขับรถบรรทุก ให้ได้ตระหนัก และเข้าถึงวัตถุประสงค์ของการขับขี่ที่ต้องทำให้เกิดขึ้นทั้ง "ประหยัด" และ "ปลอดภัย"

ในขณะที่การสร้าง Partnership กับ คนทั้งในองค์กร และ นอกองค์กร ซึ่งก็คือ เจ้าของธุรกิจ และผู้ขับรถบรรทุก ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

กระบวนการที่จะทำให้เกิดขึ้นทั้ง "Innovation+People" ได้นั้น ฌาร์ค มิเชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด บอก เป็นสิ่งที่เดินไปแบบควบคู่ เพราะหากทำได้นี่จะนำไปสู่ "ความยั่งยืน" ของธุรกิจวอลโล่ ในระยะยาว

เรียกว่าเป็นหนึ่งใน Best Practice สำหรับ วอลโว่ กับ FuelWatch เพราะจาก 4 ปีของกิจกรรมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องทุกปี สามารถขยายผลทั้งจากจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 81 คน ซึ่งมากกว่าปีแรกถึง 45%

ส่งผลให้เครือข่าย "FuelWatch" ของ วอลโว่ วันนี้ เติบโตและกว้างขึ้นกว่าเดิม ทั้งจากลูกค้ากลุ่มเดิมที่ซื้อรถใหม่เพิ่มเติมเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่ขยายตัว กับลูกค้ากลุ่มใหม่ให้ที่เริ่มเล็งเห็นว่าความประหยัด เป็นหนึ่งเคล็ดลับของความสำเร็จทางธุรกิจ

แนวทางของการสนับสนุนให้เน็ตเวิร์คเติบโตมาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การเรียนรู้ และ สนามแข่ง

วอลโว่ ได้สร้าง "การเรียนรู้" ทั้งทฤษฎี และการปฏิบัติ โดยส่วนหนึ่งในภาคทฤษฎี เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกและการทำงานของรถ ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกัน และส่งผลต่ออัตราการประหยัดน้ำมันที่แตกต่างกันด้วย ขณะที่ในส่วนของการปฏิบัติ เป็นการเปิดประสบการณ์ให้ผู้ขับขี่รถบรรทุกได้ทดลองขับ และทำความคุ้นเคยกับรถ

เหล่านี้เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเจ้าของกิจการ และผู้ขับรถบรรทุก ว่า ความประหยัด และ ความปลอดภัย เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อ "ต้นทุน" การดำเนินธุรกิจ

"สนามแข่ง" เป็นหนึ่งในแรงกระตุ้นให้ FuelWatch ของวอลโว่ ได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง ฌาคส์ มิเชล บอก “นี่ไม่ใช่แค่ทำการตลาด แต่ต้องการหาพนักงานขับรถที่ดีที่สุดในแต่ละประเทศ เพราะคนขับรถที่ดีย่อมเหมาะสมกับการใช้รถมีประสิทธิภาพสูงสุดของเรา"

โดยการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ในปีนี้ พิพัฒน์ มะสีพันธ์ ตัวแทนนักขับรถวอลโว่ ทรัคส์ ประหยัดน้ำมัน จากประเทศไทย ตัวแทนจากประเทศไทยสามารถรับรางวัลชนะเลิศระดับเอเชีย และยังได้รับรางวัลที่ 3 ระดับเอเชียแปซิฟิค ซึ่งจะได้รับโอกาสเยี่ยมชมโรงงานวอลโว่ ทรัคส์ ที่ประเทศสวีเดน

การสานต่อแนวคิด และกิจกรรม FuelWatch สำหรับ วอลโว่ แล้วยังคงต้องเดินหน้า เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าโดยตรง จากต้นทุนน้ำมันที่เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนรวมธุรกิจขนส่ง จะทำอย่างไรให้ลูกค้าประหยัดมากที่สุด คำตอบก็อยู่ที่พฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานที่จะขับรถอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ การปรับตัวของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น คิดเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการถึง 40% น่าจะเป็นอีกแรงกระตุ้นให้เจ้าของธุรกิจหันมาให้ความสำคัญ และเลือกใช้รถที่ตอบโจทย์เรืองความประหยัดอย่างวอลโว่

"นอกจากผลิตรถบรรทุกให้ออกมามีคุณภาพดี ผู้ขับขี่ต้องมีศักยภาพดีตาม ก็จะสามารถช่วยลดต้นทุนเรื่องค่าน้ำมันไปได้ เพราะเมื่อเทียบระหว่างผู้ขับขี่ดีและไม่ดี จะพบว่ามีค่าเฉลี่ยในการใช้น้ำมันต่างกันถึง 30%"

ในส่วนตลาดธุรกิจขนส่งในประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่ผันแปรไปตามค่าจีดีพีของประเทศ โดยต้นปีที่ผ่านมามีการเติบโตของจีดีพีต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 4% ในระยะยาวมองว่าน่าจะมีแนวโน้มในทางบวก จึงเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งให้วอลโว่ โฟกัสการลงทุนในประเทศไทย และคาดหวังถึงส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น

โดย วอลโว่ ได้ลงทุน 3,000 ล้านบาท ในการสร้างศูนย์บริการเพื่อให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้นทั่วประเทศ จากปัจจุบันมี 10 ศูนย์ที่เปิดให้บริการ อาทิ สมุทรปราการ ระยอง สระบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา หนองคาย ตาก นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี นครปฐม และเตรียมขยายเพิ่มอีก 5 ศูนย์บริการให้เสร็จภายในสิ้นปี 2556

จากการเติบโตที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการทำงานอย่างเข้มข้นทั้ง Innovation ด้านสินค้าและบริการ กับการให้ความสำคัญเรื่อง People ที่ต้องเดินไปอย่างใกล้ชิดระหว่าง วอลโว่ กับ พนักงาน-ลูกค้า-คนขับรถ