โบรกฯมองหุ้นไทยผันผวน "ขาลง" ระทึกม็อบเคลื่อนไหวล้มรีัฐบาล-ศาลโลกตัดสินคดีพระวิหาร" แนะเลี่ยงลงทุน รอฝุ่นหายตลบ
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ตลาดทุนไม่ชอบคือความไม่ชัดเจน ดังนั้นการที่การชุมนุมยืดเยื้อทำให้เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพราะขณะนี้คนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
"ตลาดหุ้นไทยน่าจะมีแนวโน้มที่อ่อนตัวลง และมีความผันผวนสูง. เพราะยังไม่มีสัญญาณว่า ความขัดแย้งทางการเมืองจะมีสรุปได้เมื่อไร ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนด้วยความรอบคอบเพราะถือว่าเป็นช่วงต้องระมัดระวัง"นายมนตรีกล่าว
นายมนตรีกล่าวอีกว่าดัชนีในช่วงนี้คาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับลดลงมาอยู่แถวบริเวณ 1,350 จุด ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญในรอบนี้และหากยืดเยื้อออกไปตลาดก็จะมีความผันผวนมากขึ้นตามเหตุการณ์รายวัน อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดหุ้นน่าจะยังผันผวนต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับ นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บล.กสิกรไทย กล่าวว่า การชุมนุมยืดเยื้ออาจจะมีผลกระทบที่ไม่รุนแรงแต่จะสร้างความผันผวนต่อเนื่อง ซึ่งหากมีแรงเทขายออกมาก็จะมีแรงซื้อรับเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล แต่คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะมีปัจจัยที่น่ากังวลในระยะต่อไปคือการปรับลดเป้ากำไรปีนี้และปีหน้าของ บจ.ไทย เพราะไตรมาส 3 ปี 2556 ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ทำให้โบรกเกอร์ต้องปรับลดเป้ากำไรใหม่รวมทั้งการประกาศตัวเลขจีดีพีของไทยอีก
"ประเด็นการเมืองตราบใดที่ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเชื่อว่าตลาดยังผันผวนต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าแนวรับที่ 1,350-1,380 จุด น่าจะรับไหว"นายเผดิมภพ กล่าว
นักลงทุนรอดูสถานการณ์
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET กล่าวว่านักลงทุนสถาบันมีการสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยทางการเมืองมาเป็นระยะ ซึ่งฝ่ายวิจัยได้รายงานตามความเป็นจริง แต่เชื่อว่านักลงทุนส่วนมากเข้าใจสถานการณ์การเมืองในไทย และนักลงทุนสถาบันยังสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระยะยาว แต่ในระยะสั้นชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนทางการเมือง
"ต่างชาติคงชะลอการลงทุนในระยะนี้ไปก่อน เพื่อดูความชัดเจนทางการเมือง เชื่อว่าน่าจะพักราว 1 เดือน เพราะเดือนนี้เป็นเดือนการเมือง กว่าสภาจะปิดก็สิ้นเดือน แต่ระยะยาวน่าจะลงทุนในหุ้นไทยต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยมองว่า ระดับ 1400 จุดยังเป็นจุดที่เข้าซื้อได้อยู่"
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิจัย ระบุว่าการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันดัชนีหุ้นไทย ซึ่งคาดบริเวณ 1,360-1,380 จุด หรือสัดส่วนราคาต่อกำไร 14 เท่า จะสามารถรับแรงกดดันดังกล่าวได้ กรณีไม่มีเหตุการณ์รุนแรง หรือลดลงจากระดับ 1,405.03 จุด เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา
บล.กสิกรไทย และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองว่า ดัชนียังคงผันผวนและมีโอกาสปรับลดลง โดยต้องติดตามประเด็นการเมืองในประเทศ และคำตัดสินของศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหารเป็นปัจจัยสำคัญ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 8,308 ล้านบาท






