โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองปูซานของเกาหลีใต้ นักศึกษามากถึง 70 คน แออัดกันอยู่ในห้องเรียนเพื่อ"ติว"
วิธีทำข้อสอบ ที่พวกเขาหวังว่า จะทำให้ได้ทำงานกับซัมซุง กรุ๊ป ไปตลอดชีวิต
การร่วมงานกับกลุ่มบริษัทแถวหน้าของประเทศ อย่างซัมซุง ที่มีธุรกิจกระจายเข้าไปในเกือบทุกอุตสาหกรรม ไล่ตั้งแต่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงเรือเดินสมุทร ไม่ได้หมายความถึงการได้เงินเดือนงามๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในอีกหลายเรื่อง รวมถึง การได้คู่ครองที่ดีด้วย
"แชโบล" หรือกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ อย่าง ซัมซุง และฮุนได ซึ่งเปิดรับสมัครงานปีละ 2 ครั้ง ทำให้เกิดอุตสาหกรรมที่เรียกกันว่า "อุตสาหกรรมในครัวเรือน" มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ โดยอุตสาหกรรมประเภทนี้ หมายความถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการที่ใช้ในบ้านเป็นหลักมากกว่าที่จะใช้ในโรงงาน
อุตสาหกรรมในครัวเรือนนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบรรดาคนหนุ่มสาวเกาหลีที่ยอมทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เพื่อที่จะเดินหน้าเข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ให้ได้ อย่างกรณีของ ชิน ซอง ฮวาน ชายหนุ่มวัย 25 ปี ที่มีบิดาเป็นพนักงานของซัมซุง
ชินบอกว่า เขามาที่ห้องเรียนนี้ตั้งแต่ 10 โมงเช้า เพื่อเข้ารับการฝึกฝนสำหรับการสัมภาษณ์งานจนถึง 2 ทุ่ม โดยในขณะนี้เขาผ่านการทดสอบความถนัดแล้ว เหลือแต่การสอบสัมภาษณ์ในสิ้นเดือนนี้เท่านั้น
ในการจ้างงานรอบล่าสุดนี้ ซัมซุงจะรับสมัครพนักงานทั้งหมด 5,500 ตำแหน่ง จากผู้ที่ยื่นใบสมัครเข้ามามากกว่า 100,000 คน ซึ่งถือเป็นแรงกดดันอย่างมากสำหรับผู้สมัครงานเหล่านี้
เฮอ ไจ่ จุน นักวิจัยอาวุโส จากสถาบันแรงงานเกาหลี ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาล บอกว่า สำหรับคนหนุ่มสาวเหล่านี้แล้ว การได้ทำงานกับกลุ่มบริษัทใหญ่แบบนี้ ช่วยรักษาหน้าให้กับทั้งตัวเอง และพ่อแม่
การสมัครเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อเข้าทดสอบความถนัดนั้น ส่วนใหญ่จะเสียค่าเรียนราว 20 ดอลลาร์ แต่หากต้องการให้มีการติวแบบตัวต่อตัว ค่าจ้างอาจพุ่งสูงขึ้นไปเป็นหลายพันดอลลาร์เลยทีเดียว
ฮัน นัม กิว วัย 27 ปี สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และยอมจ่ายเงินมากถึง 260 ดอลลาร์ เพื่อเข้าฝึกอบบรมกับแอลซีเอส คอมมูนิเคชั่น เขาเล่าว่าเคยสงสัยเกี่ยวกับการไปโรงเรียนแบบนี้ และเมื่อได้ลงเรียนจริง ๆ เขาก็รู้ว่า คนพวกนี้ป็นมืออาชีพ และเขาก็ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ มากมาย
ทางด้านนักวิจารณ์ มองว่า อุตสาหกรรมนี้จะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับเหล่านักศึกษาจบใหม่ ที่พากันหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่แคบ ๆ ปะปนกันไปกับเด็ก ๆ ชั้นมัธยมปลาย ที่มาติวข้อสอบ ส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
ทั้งนี้ ราว 65% ของประชากรอายุระหว่าง 25-34 ปี ของเกาหลีใต้นั้น ล้วนแต่มีการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงสุดในกลุ่ม 34 ชาติสมาชิกองค์การความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ โออีซีดี









