กำไรไตรมาส 3/56 สูงกว่าคาด
สูงกว่าคาด
CPALL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/56 ที่ 2.66 พันล้านบาท ลดลง 8% YoY และทรงตัว QoQ หากไม่นับรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 391 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 3.05 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 17% QoQ สูงกว่าประมาณการของเราและตลาด 37% และ 35% ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าธรรมเนียมในการเข้าซื้อ MAKRO ที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงรายได้อื่นและผลประกอบการของ MAKRO ที่สูงกว่าคาด ให้สังเกตว่า MAKRO รายงานกำไรสุทธิ 1.0 พันล้านบาท เติบโต 36% YoY หนุนโดยยอดขายสาขาเดิมที่ขยายตัวถึง 7.1% อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นและต้นทุนดำเนินงานที่ลดลง
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้โตก้าวกระโดด 70% YoY มาอยู่ที่ 8.2 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรวมงบการเงินกับ MAKRO หากไม่นับรวมส่วนของ MAKRO แล้ว ยอดขายของ CPALL เพิ่มสูงขึ้นเพียง 8% YoY เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางบัญชีสำหรับการบันทึกยอดขายบัตรโทรศัพท์ใหม่ จากเดิมที่บันทึกเป็นรายได้เปลี่ยนมาบันทึกลงในส่วนของค่าธรรมเนียมบริการ (ในส่วนรายได้อื่น) หากไม่รวมรายได้จากบัตรโทรศัพท์ ยอดขายเติบโตถึง 13% YoY
ยอดขายสาขาเดิมโต 4.6% ในไตรมาส 3/56 โดยมีปัจจัยหนุนมาจากมูลค่าการซื้อต่อครั้งที่เพิ่มขึ้น 5% เป็น 63 บาท ในขณะที่จำนวนใบเสร็จยังทรงตัวที่ 1,258 ใบเสร็จ/สาขา/วัน แสดงให้เห็นว่าแสตมป์แคมเปญสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อมากขึ้นต่อการจับจ่ายหนึ่งครั้ง
การขยายสาขาเดินหน้าเร็วกว่าที่กำหนด ในช่วงไตรมาส 3/56 CPALL เปิดสาขาใหม่จำนวน 109 สาขา ส่งผลให้จำนวนสาขาใหม่ที่เปิดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 รวมเป็น 497 สาขา คิดเป็น 90% ของเป้าหมายการเปิดสาขาใหม่สำหรับปี 2556 ที่ 550 สาขา
อัตรากำไรขั้นต้นจากร้านสะดวกซื้อ (ไม่รวม T&E) ขยายตัว 0.2% เป็น 25.7% โดยมีปัจจัยหนุนมาจากอัตรากำไรอาหารที่เพิ่มขึ้น 0.3% สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (ไม่รวม MAKRO) โตก้าวกระโดดเป็น 27.5% ในไตรมาส 3/56 จาก 23.4% ในไตรมาส 3/55 และ 24.1% ในไตรมาส 2/56 เนื่องจากการปรับเพิ่มค่าแรงครั้งที่ 2 ในเดือนม.ค.ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นและค่าธรรมเนียมในการเข้าซื้อ MAKRO






