"ตลาดหลักทรัพย์ฯ"แนะเก็บหุ้นลงทุนระยะยาว หลังดัชนีร่วง ทำ P/E แตะ 14.5 เท่า คาดดัชนีปีหน้าโต 15% ตามกำไรบจ.
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในขณะนี้ถือว่ามีโอกาสที่นักลงทุนจะสามารถเข้าลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะยาวได้ ภายหลังจากที่ดัชนีปรับตัวลดลงจนส่งผลให้ค่า P/E อยู่ในระดับต่ำเพียง 14.5 เท่า ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเชื่อว่าจะยังสามารถสร้างกำไรและจ่ายปันผลได้ในระยะข้างหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ดีต่อการลงทุน
ขณะที่บรรยากาศการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ แม้ยอมรับว่าปัจจัยทางการเมืองจะส่งผลกระทบในระดับหนึ่งในด้านความกังวลเรื่องของการเผชิญหน้าและนำไปสู่ความรุนแรง แต่การที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้สามารถปรับตัวรีบาวน์ขึ้นมาได้ แสดงถึงระดับความไม่มั่นใจว่าไม่ได้สูงมากนักเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในต่างประเทศ เช่น แนวโน้มการถอนมาตร QE
"การที่จะตัดสินใจลงทุนมี 2 เรื่อง คือ 1.เรื่องความรู้ที่จะเอามาเลือกผลิตภัณฑ์และหุ้นที่น่าสนใจ 2.เรื่องจังหวะตอนนี้ถือเป็นโอกาสเพราะหุ้นลงมาและค่า P/E ก็ต่ำในระดับที่สามารถลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะยาวได้ ที่ผ่านมา 8 ปี ประเทศไทยเจอมาแล้ว 9 วิกฤต สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยมีความสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการจ่ายปันผล 75 หุ้นจาก SET100 ก็สามารถจ่ายปันผลได้ต่อเนื่อง 3 ปี ปีนี้อาจเป็นวิกฤตที่ 10 แต่เชื่อว่าจะสามารถสร้างกำไรได้ แต่ทั้งนี้ทุกฝ่ายก็เห็นตรงกันถ้าระยะยาวและต่อเนื่องอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่รอการฟื้นตัวและกระทบภาคการท่องเที่ยว" นายจรัมพร กล่าว
ส่วนผลกระทบจากปัจจัยการเมืองจะมากหรือน้อยนั้น ยังต้องพิจารณาจากหลายด้าน เช่น เรื่องการชุมนุมว่ามีขนาดและความรุนแรงมากแค่ไหน ซึ่งยังคงต้องติดตาม
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเติบโตของดัชนีในปีหน้าจะอยู่ที่ระดับ 15% ได้ ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่ประเมินว่าความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปี 57 จะอยู่ที่ระดับ 15%






