วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอฟทีเอ'ไทย-กีวี'ดันยอดการค้าพุ่ง

ไทย-นิวซีแลนด์เร่งเปิดเสรีเฟสสอง เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกัน ดันยอดการค้าเพิ่มต่อเนื่อง

ไทย-นิวซีแลนด์เร่งเปิดเสรีเฟสสอง ทบทวนให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกัน หลังที่ผ่านมาดันยอดการค้าเพิ่มต่อเนื่อง ไทยสบช่องขอเปิดตลาดสินค้าเกษตร คาดลิ้นจี่-ลำไย มีโอกาสส่งออกได้เร็วๆ นี้ หลังตกลงเรื่องวิธีการกำจัดแมลงตกค้างได้แล้ว พร้อมเตรียมการรับ “จอห์น คีย์” เยือนไทย กลางพ.ย.นี้

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ได้หารือถึงการปรับปรุงความตกลงการค้าเสรีที่ได้บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2548 ให้มีความทันสมัย โดยจะมีการเปิดเสรีเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ ให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าสู่ตลาดการค้าสินค้าและการค้าบริการ เพื่อส่งเสริมให้การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น

"การทำ FTA กับนิวซีแลนด์ ช่วยให้การค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยการค้ารวมระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ก่อนมีความตกลงการค้าเสรี มีมูลค่าเฉลี่ย 424.61 ล้านดอลลาร์ ไทยเป็นฝ่ายเกินดุลเฉลี่ย 18.99 ล้านดอลลาร์ ภายหลังมีความตกลง มูลค่าการค้ารวมเพิ่มเป็น 1,162.88 ล้านดอลลาร์ ไทยเป็นฝ่ายเกินดุลเฉลี่ย 250.25 ล้านดอลลาร์ การปรับปรุง FTA ครั้งนี้ จะยิ่งส่งเสริมให้การค้ามีการขยายตัวได้มากขึ้น"

ทั้งนี้ ไทยและนิวซีแลนด์ได้ตกลงให้มีการตั้งคณะเจรจาเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว ให้เกิดความสมดุลและผลประโยชน์ร่วมกัน โดยจะมีการหารือในระดับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อกำหนดขอบเขตและระยะเวลาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไทยได้สอบถามความคืบหน้าในการพิจารณาอนุญาตให้นำเข้าสินค้าเกษตรของไทย เช่น หน่อยไม้ฝรั่ง ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วลันเตา ลิ้นจี่ ลำไย เป็นต้น ซึ่งไทยได้ติดตามความคืบหน้ากรณีการขอให้นิวซีแลนด์เปิดตลาดให้กับลิ้นจี่ และลำไย ซึ่งในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการตกลงในรายละเอียดของขั้นตอนและวิธีการกำจัดแมลงโดยการฉายรังสีได้แล้ว โดยคาดว่ามีโอกาสสูงที่จะได้การอนุญาตให้มีการส่งออกได้ในเร็วๆ นี้

ไทยได้ขอให้นิวซีแลนด์มีการเปิดตลาดเนื้อโคแปรรูป ขณะที่นิวซีแลนด์ขอให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าผลไม้ เช่น พลัม พีช และแนคทารีน เป็นต้น รวมทั้งได้สอบถามหลักการและสาระสำคัญของการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสุราของไทย

ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการเตรียมการกรณีนายจอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-20 พ.ย.นี้ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีไทย โดยจะมีการนำคณะนักธุรกิจนิวซีแลนด์มาพบปะหารือทางธุรกิจกับนักธุรกิจไทย ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน