"ฮอนด้า มอเตอร์รายงานว่า มีผลกำไรสุทธิในไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 46% ผลจากยอดขายรถที่แข็งแกร่งในสหรัฐและญี่ปุ่น ชดเชยยอดขายที่ชะลอตัวในไทย
ฮอนด้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสามของญี่ปุ่นในแง่ของปริมาณยอดขาย รายงานว่า บริษัทมีผลกำไรสุทธิในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนรวม 120,400 ล้านเยน เทียบกับ 82,200 ล้านเยนเมื่อปีก่อน
สำหรับปีงบการเงินที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2557 ฮอนด้าคาดการณ์ว่าจะมีผลกำไรสุทธิ 580,000 ล้านเยน
ฮอนด้ากำลังเผชิญกับปัญหาต้นทุนสูงของการขยายกิจการในการสร้างโรงงานใหม่และสายการผลิต เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าที่จะกระตุ้นยอดขายรถทั่วโลกให้ได้ 6 ล้านคันภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2560 เทียบกับสถิติเดิม 4.01 ล้านคันในปีงบการเงินที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2556
ในเดือนกรกฎาคม ฮอนด้าเริ่มดำเนินการโรงงานแห่งใหม่ในเมืองยูริอิใกล้กับกรุงโตเกียวที่สร้างขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน เพื่อเริ่มการผลิตรถซับคอมแพคท์รุ่น "ฟิต" ซึ่งวางขายในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และช่วยดันยอดขายรถในเดือนกันยายนในญี่ปุ่นให้ทะยานขึ้น 40% จากปีก่อนเป็น 74,779 คัน
ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ปรับโฉมรถรุ่นฟิต ขณะที่ฮอนด้าจะเริ่มดำเนินงานที่โรงงานใหม่ในเม็กซิโกช่วงต้นปีหน้า เพื่อผลิตรถรุ่นฟิต อันจะวางจำหน่ายในสหรัฐช่วงประมาณต้นปีหน้าเช่นกัน
สำหรับตลาดสหรัฐนั้น ฮอนด้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถรายใหญ่อันดับห้าในสหรัฐ สามารถขายรถได้ 413,434 คันในตลาดสหรัฐ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เพิ่มขึ้น 13.1% จากปีก่อน
ในทางตรงข้าม ธุรกิจในไทยชะลอตัวลงหลังจากโครงการรถคันแรกยุติลง โดยแม้ฮอนด้าขายรถยนต์นั่งโดยสารในไทยได้มากที่สุดในช่วงเดือนม.ค.-ก.ย. แต่ยอดขายเดือนก.ค-ก.ย. ลดลง 21.8% จากปีก่อน เหลือ 45,480 คัน ผลจากลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อ








