กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้าสยายปีกในต่างแดน โฟกัสโครงการที่สามารถลงทุนได้แท้จริง เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานใหักับประเทศ
นายธนา พุฒรังษี ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า บริษัทยังเดินหน้าเป็นหน่วยงาน ในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานและสร้างรายได้แก่ประเทศ บนพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจไฟฟ้าของ กฟผ. อย่างไรก็ตาม จากการจัดตั้งบริษัทมา 4 ปี มีการศึกษาลงทุนในหลากหลายโครงการ ในพม่า ลาว อินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย หลังจากนี้คงจะโฟกัสไปยังโครงการที่สามารถลงทุนได้แท้จริง
"ก่อนหน้านี้มีหลายโครงการที่ต่างชาติเสนอให้ร่วมทุน แต่ต่อไปนี้คงจะดูว่าผู้ติดต่อเป็นตัวจริงที่สามารถร่วมทุน แล้วลงทุนได้แท้จริงหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จะต้องเสียบุคลากร เสียโอกาสที่เข้าไปศึกษา" นายธนากล่าว
ทั้งนี้ กฟผ.อินเตอร์ถือหุ้นโดย กฟผ.ทั้งหมด แบ่งโครงการเข้าร่วมลงทุนออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจไฟฟ้าพลังน้ำ ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ธุรกิจเชื้อเพลิง ธุรกิจระบบส่ง และธุรกิจไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยกรอบการลงทุนเบื้องต้นสามารถเพิ่มทุนจดทุนจดทะเบียนเป็น 17,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท
"คาดว่าใน 1-2 ปีนี้จะเพิ่มทุนอีก 13,000 ล้านบาท เป็นประมาณ 16,000 ล้านบาทตามโครงการที่จะลงทุนได้จริง ล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้ามายตง ที่บริษัทถือหุ้น 30% ได้เรียกเงินลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน กรณี บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีจะเข้ามาร่วมถือหุ้น โครงการมายตงนั้น ก็คงจะมีการหารือใน กฟผ.ต่อไป เพราะโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ต้องการเงินลงทุนสูงมาก" นายธนากล่าว







