พาณิชย์เผยส่งออกเดือนก.ย.ติดลบ 7.09% นำเข้าลดลง 5.23% หดตัวทุกตลาด ผงาดแค่ตลาดอาเซียน-จีน ขาดดุลการค้า 473 ล้านดอลลาร์
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนก.ย. 2556 ติดลบ 7.09% จากเดือนส.ค. 2556 โต 3.9% โดยมีมูลค่า 19,309.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าไปยังตลาดหลักสำคัญ ภาพรวมลดลง 5.9% โดย สหรัฐอเมริกา (-0.7%) ญี่ปุ่น (-13.6%) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (-2.7%) ปรับตัวลดลง จากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ปรับตัวลดลง
โดยหมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมลดลง 9.1% ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า (-1.9%) วัสดุก่อสร้าง (-36.6%) อัญมณีและเครื่องประดับ (-51.8%) เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน (-4.5%) อาหารสัตว์เลี้ยง (-0.3%) สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (+5.5%) ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+6.9%) เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก (+3.7%) สิ่งทอ (+2.4%) อัญมณี (ไม่รวมทองคำ) (+4.8%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+1.1 %) สิ่งพิมพ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์ (+3.1%) เครื่องเดินทาง เครื่องหนังและรองเท้า (+3.5%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (+5.3%) เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ (+13.4%) นาฬิกาและส่วนประกอบ (+10.7%) ของเล่น (+9.4%)
ขณะที่สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว (+8.7%) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (+31.5%) ผักและผลไม้ (+20.5%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+7.5%) น้ำตาล (+24.5%) สินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ ยางพารา (-4.1%) อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป (ไม่รวมกุ้ง) (-11.4%) กุ้งแช่แข็งและแปรรูป (-23.6%)
อย่างไรก็ตาม ในส่วนตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 2% อาทิ อาเซียน(9) (+6.6%) [อาเซียนเดิม (5) (+4.8%) อินโดจีนและพม่า (+10.8%)] จีน (+1.2%) ไต้หวัน (+0.2%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่ เอเชียใต้ (8) (-8.9%) ฮ่องกง (-1.3%) เกาหลีใต้ (-12.7%)
ตลาดศักยภาพระดับรอง ภาพรวมลดลง 7.6% โดย ทวีปออสเตรเลีย (-30.7%) ทวีปแอฟริกา (-19.6%) รัสเซียและCIS (-32.1%) แคนาดา (-11.2%) ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ตะวันออกกลาง (+21%) ลาตินอเมริกา (+14.3%) สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (+18.2%)
ด้านการนำเข้าในเดือน ก.ย.56 มีมูลค่า 18,830.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 5.23% เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค.56 ที่ติดลบ 2.1% โดยหมวดสินค้าที่นำเข้าลดลง ได้แก่ หมวดเชื้อเพลิง (-5.8%) [น้ำมันดิบ (-7.1%) น้ำมันสำเร็จรูป(-17.4%) ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม (+20.7%)] หมวดสินค้าทุน (-12.4%) [เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (-7.1%) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ (-23.4%) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-11.6%) เครื่องบิน เครื่องร่อน และอุปกรณ์ (+83.9%)] หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (-17.1%) [ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ (-20.2%) รถยนต์นั่ง (+8.1%) ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถจักรยานยนต์และรถจักรยาน (-7.7%) รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก (-18.1%)]
หมวดสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป (+0.7%) [เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ (-26.2%) เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ (+18.2%) ทองคำ (+56.8%) เคมีภัณฑ์ (+3.6%) ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (+10.2%)] หมวดอุปโภค/บริโภค (+4.7%) [เครื่องใช้ไฟฟ้า (+3.4%) ผลิตภัณฑ์เวชกรรม (-9%) เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด (+14.1%) ผัก ผลไม้และของปรุงแต่ง (+2.8%)] หมวดอาวุธ ยุทธปัจจัย และสินค้าอื่น ๆ (+16.5%) ส่งผลขาดดุลการค้าในเดือนก.ย. 473.3 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดโดยในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 7,815.6 ล้านบาท
นางศรีรัตน์ กล่าวต่อถึงการส่งออกในงวด 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ของปีนี้โต 0.05% โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 172,139.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 5,155,344.6 ล้านบาท ด้านการนำเข้าสินค้า 9 เดือนแรกของปี 2556 (ม.ค.–ก.ย.) มีมูลค่า 189,813.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.21 ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 5,751,205.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.30 ส่งผลดุลการค้าในเดือนก.ย. ขาดทุนการค้า 473.3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 7,815.6 ล้านบาท
ส่วน 9 เดือนของปี 2556 (ม.ค.-ก.ย.) ขาดดุลการค้า 17,674.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในรูปแบบเงินบาทขาดดุลการค้ามูลค่า 595,860.7 ล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเป้าการส่งออกในปีนี้เหลือ 3-4% ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ระบุไว้ สำหรับก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์คาดว่า จะโต 4-4.5%
"อย่างไรก็ตามทางกระทรวงพาณิชย์จะพยายามให้ยอดการส่งออกมีมูลค่าในแต่ละเดือนมากกว่า 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าก็จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ " นางศรีรัตน์กล่าว






