วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปลี่ยนพื้นที่ข้าวเป็นอ้อย8แสนไร่พ.ย.นี้

"ยุคล"เข็นโครงการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นอ้อยประเดิมพ.ย.นี้ 8 แสนไร่ เร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดึงเกษตรกรเข้าร่วมคุมผลผลิตตามเงื่อนไขรง.

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในการสัมมนาเรื่องแนวทางการบริหารจัดการพิ้นที่เกษตรกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสมเป็นอ้อยโรงงานว่าปัจจุบันยังมีพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชบางชนิด ส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่ำ บางครั้งเกิดภาวะล้นตลาด เป็นภาระรัฐบาลท้่ต้องใช้งบประมาณเพื่อแก้ไข ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯมีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงพื้นที่เหล่าให้อยู่ในรูปของโซนนิ่ง ตามที่ได้ประกาศไปแล้วในพืช 20 ชนิด

ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่ปลูกข้าวปัจจุบันพบว่ามี 800,000 ไร่ ใน 33 จังหวัด ที่ไม่มีความเหมาะสมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นชอบร่วมกันที่จะปรับเปลียนเป็นไร่อ้อย อย่างไรก็ตาม จากการหารือร่วมกับสมาคมอ้อยและน้ำตาลพบว่าการดำเนิาการดังกล่าวจะต้องเร่งปลูกอ้อยให้แล้วเสร็จก่อนหรือภายในเดือนพ.ย.นี้ เพื่อให้อ้อยมีความหวานที่เหมาะสมกับความต้องการของโรงงานที่มีอยู่ขณะนี้ 20 โรงงาน

ดังนั้นทางคณะกรรมการขับเคลื่อนโซนนิ่งระดับจังหวัดจะต้องเร่งหาข้อมูลพื้นที่และรายชื่อเกษตรกรเพื่อนำไปหารือกับโรงงานผูกเงื่อนไขภายใต้ระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ที่พื้นที่เกษตรกรดังกล่าวจะต้องอยู่รอบโรงงานรัศมีไม่เกิน50กิโลเมตร หลังจากได้รายละเอียดจองพื้นที่และรายชื่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ทางกรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทานจะเข้าไปพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่อไป

"การทำงานครั้งนี้จะต้องเร่งให้เกิดขึ้นโดยเร็วใน 2-3 เดือนข้างหน้าเพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงจูงใจให้เกิดการเข้าร่วมของเกษตรกรที่ปลูกสินค้าอื่นๆและไม่มีความเหมาะสมในขณะนี้โดยมันสำปะหลังจะเป็นสินค้าต่อไปที่กระทรวงเกษตรฯจะเข้าไปดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมเพื่อปลูกพืชชนิดอื่น" นายยุคล กล่าว

นายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในขณะนี้มีมากถึง 2 ล้านไร่ แต่เนื่องจากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในขณะนี้ประเมินว่าปริมาณความต้องการน้ำตาลในโลกอยู่ในระดับที่พอดี หากผลิตมากเกินไปจะส่งผลให้ล้นตลาดและส่งผลกระทบต่อราคาอ้อยในประเทศได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าการปรับเปลี่ยนพื้นที่ครั้งนี้ควรทำเพียง800,000ไร่ก่่อน ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ในภาพรวมแล้วเพื่อให้ความรู้และปรับปรุงดินให้กับเษตรกรต่อไป