วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

ปัจจัยใหม่กดดันการดีดต่อ แต่ไม่ต่ำกว่า 1,425 จุด ลุ้น “ถือสู้” ต่ำกว่า “ถอย” มาถือเงินสด

SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ สภาพคล่องที่ตึงตัวในตลาดการเงินจีนกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นภูมิภาคอีกครั้ง หลังการหยุดอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางจีน (PBOC) ตั้งแต่ 17 ต.ค.2556 ซึ่งเป็นผลจากการที่ตัวเลขเงินเฟ้อของจีนใน ก.ย.2556 ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.1% สูงที่สุดตั้งแต่ มี.ค.2556 ส่งผลให้สภาพคล่องราว 4.45 หมื่นล้านหยวนหายออกจากตลาดการเงินในสัปดาห์ที่ผ่านมา และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย Repo Rate อายุ 7 วันของจีนวานนี้ปรับตัวขึ้น 0.47% สู่ระดับ 4.05% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ 29 ก.ค.2556 อย่างไรก็ดีเรามองเป็นเพียงการแทรกแซงระยะสั้นเท่านั้น เหมือนในช่วง ก.ค.2556 นอกจากนี้การที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศเกณฑ์เงินกองทุน (Capital Ratio) ที่ 8% สำหรับการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ของ 124 ธนาคารในยูโรโซน แม้จะสร้างแรงกดดันในระยะสั้น แต่จะเป็นปัจจัยบวกในระยะกลาง

-การประกาศตัวเลข PMI ของจีน และยุโรป จะปัจจัยหนุนการดีดกลับของ SET ในวันนี้ โดยที่ Consensus ประเมินว่าตัวเลข PMI ภาคการผลิตใน ต.ค.2556 จีนจะเพิ่มขึ้นจาก 50.2 เป็น 50.5 และยูโรโซนจะเพิ่มขึ้นจาก 51.1 เป็น 51.4 ดังนั้นในเชิงแนวโน้มถ้า SET ถอยลงไม่ต่ำกว่ากรอบ 1,425 (+/-5) จุด มีโอกาสเห็นดีดกลับไปยัง 1,465-1,480 จุดระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีสำหรับวินัยการลงทุนในด้าน Downside Risk กรณี SET พลิกหมุนต่ำกว่า 1,425 จุด จะเป็นสัญญาณขายในระยะกลาง (1 เดือน) ที่แรงพอสมควร โดยมีโอกาสไหลลงไปที่ 1,380-1,350 จุดเร็วมาก

- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ถ้า SET ยังถอยไม่ต่ำกว่า 1,425 (+/-5) จุด ยังลุ้น “ถือ” หรือ “อ่อนตัวซื้อ” เล่น Rebound ได้ ขณะที่ต่ำกว่า 1,425 (+/-5) จุด แนะนำ “ขาย” กลับมาถือเงินสด 100% สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ยังแนะนำ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” ที่ 75% โดยเน้นหุ้น SAMART, SIM, MFEC, SYMC, PS, LH, SPALI, KCE, SVI, BCP, RS, BEC, AH, GLOBAL และ CPALL