กลุ่มแลนด์ฯระดมทุนปี"57 กองอสังหาฯแอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ มูลค่า 1.1 หมื่นล้าน ควอลิตี้เฮ้าส์ ขายรร.เซนเตอร์พอยต์ สีลม เข้ากองทุน
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (QH) ซึ่งทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่าในช่วงต้นปี 2557 กลุ่มบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ วางแผนจะมีการระดมทุนหลายรูปแบบ โดยคาดว่าจะมีการระดมทุนในการเสนอขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ มูลค่าระดมทุนประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการนำสินทรัพย์ของห้างสรรพสินค้าเทอร์มินัล 21 และอาคารมาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของบริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ขายให้กับกองทุนดังกล่าว
ขณะที่บริษัทควอลิตี้ เฮ้าส์ ก็มีแผนจะนำสินทรัพย์โรงแรมเซนเตอร์พอยต์ สีลม เสนอขายเข้ากองทุนควอลิตี้เฮ้าส์ มูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาท ภายในเดือน ม.ค.2557รวมทั้งจะมีการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 2 พันล้านบาท ซึ่งเงินที่ระดมทุนได้ส่วนใหญ่จะนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจของแต่ละบริษัท
ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ซึ่งทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่สุดของไทย ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ สัดส่วน 30.23% และถือหุ้นใหญ่ในบริษัทควอลิตี้เฮ้าส์ สัดส่วน 24.98% ของทุนจดทะเบียน
"ผู้บริหารคาดว่าจะระดมทุนในช่วงต้นปีหน้าแม้ว่าจะสามารถจะระดมทุนได้ทันปีปลายปีนี้ แต่มองว่าสภาพคล่องในระบบการเงินอาจจะตรึงตัวเพราะมีบริษัทหลายๆ แห่งที่ออกมาระดมทุนขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งที่ผ่านมาจะเห็นว่าบริษัทซีพี ออลล์(CPALL) มีการเสนอขายหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้คืนหนี้ต่างประเทศ ดังนั้นจึงจะระดมทุนในช่วงต้นปีหน้าน่าจะดีกว่า"นายรัตน์กล่าว
ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยให้มีความชัดเจน เนื่องจากรอประเมินสถานการณ์ผลกระทบจากเศรษฐกิจสหรัฐจะเป็นอย่างไร ซึ่งน่าจะมีผลต่อทิศทางดอกเบี้ยด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นของบริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ได้อนุมัติให้บริษัทนำพื้นที่บางส่วนในอาคารศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจ หัวหิน รวมพื้นที่ราว 50,518 ตร.ม. ออกให้เช่าแก่กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (Operating Lease) โดยมีระยะเวลาให้เช่า 27 ปี มูลค่าก่อนหักค่าใช้จ่าย 4,060 ล้านบาท โดยจะเข้าลงทุนไม่เกิน 1 ใน 3 ของราคาประเมินสินทรัพย์ คาดเบื้องต้นมูลค่าราว 1,420 ล้านบาท และคาดว่าบริษัทโฮมโปรฯ จะได้เงินจากการออกกองทุนดังกล่าว 2,640 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการขยายกิจการในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ได้มีการสอบถามรายละเอียดของการจัดตั้งกองทุนและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์
ด้านนายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า การลงทุนในกองทุนอสังหาฯ จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในระดับ 5-8%ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก 3-4% และสัดส่วนที่บริษัทโฮมโปรฯเข้าไปลงทุนหากคิดจากมูลค่ารวมของกองทุนประมาณ 10% ถือว่ามีสัดส่วนที่ไม่สูงมากนัก และน่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
"ข้อดีของการระดมทุนผ่านกองทุนดังกล่าวจะทำให้บริษัทไม่มีภาระหนี้สินเพิ่ม มีเงินมาทำธุรกิจ ถ้าคิดง่ายๆ บริษัทจะได้รับเงินประมาณ 1.4 พันล้านบาท สามารถนำมาขยายสาขาได้เพิ่มอีกหลายแห่ง แม้ว่าการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอาจจะทำให้รายได้ค่าเช่าลดลงไปบ้างก็ตาม"นายคุณวุฒิกล่าว
เขากล่าวว่าธุรกิจใหม่ที่บริษัทจะเข้าไปมีส่วนร่วมคือธุรกิจการจำหน่ายแผงโซลาร์ รูฟ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสรรหาพันธมิตร ที่จะสามารถติดตั้งแผงดังกล่าวให้กับลูกค้าที่ต้องการติดตั้งและน่าจะเป็นธุรกิจที่สามารถให้ผลตอบแทนได้ในอนาคต
ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจบริษัทคาดว่าปีนี้จะมีสาขารวม 64 สาขา และธุรกิจใหม่รูปแบบสาขาเมกา โฮม (Mega Home )อีก 2 สาขา ล่าสุดสามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และคาดว่าธุรกิจเมกา โฮมจะมียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 700 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ยอดขายครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท







