วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐดันกิจกรรม3จว.ใต้ ฟื้นความเชื่อมั่น

รัฐบาลเร่งผลักดันกิจกรรมสามจังหวัดใต้ หวังกระตุ้นความเชื่อมั่นปลายปี

กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สำรวจและจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ช่วงเดือนก.ย.2556 พบความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีแนวโน้มกระเตื้อง สำรวจจากผู้ประกอบการ 428 ราย จากองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ ภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่, ผลประกอบการ, การขยายกิจการ, การจ้างงาน และสถานการณ์ในภาพรวม

กิจกรรมกระตุ้นศก.ทำ"เชื่อมั่น"พุ่ง

ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดือนก.ย.2556 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 37.8 จากเดือนส.ค.ดัชนีอยู่ที่ 34.4 ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น สาเหตุมาจากความตั้งใจของหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนที่ร่วมสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่หลายอย่าง เช่น งานพบนักลงทุนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ การแข่งขันกีฬาชกมวยไทยไฟต์ และการกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองชายแดนจากทุกภาคส่วน

ผลจากการจัดกิจกรรม ส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งความสันติสุข มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายใช้สอย ทำให้คนในพื้นที่มีขวัญกำลังใจ กระตุ้นให้เกิดการลงทุนและสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ก่อให้เกิด การค้าและการลงทุนในพื้นที่ ทั้งนี้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนต่ำกว่าระดับเส้น 50 ที่เป็นค่ากลาง

เหตุร้ายลด-ความมั่นใจเพิ่ม

ในส่วนของด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง พบว่า ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจอยู่ที่ 36.2 ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงอยู่ที่ 35.4 สูงกว่าดัชนีความเชื่อมั่นเมื่อเดือน ส.ค.อยู่ที่ 33.8 และ 27.6 ตามลำดับ สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จากการออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภคในพื้นที่เพิ่มขึ้น

ส่วนสถานการณ์ด้านความมั่นคง แกนนำกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ทุกกลุ่มรอท่าทีของรัฐบาลเกี่ยวกับการพูดคุยสันติภาพ พร้อมหารือถึงจุดร่วม และนำข้อเสนอของบีอาร์เอ็น มาทบทวน ทำให้การเคลื่อนไหวในระดับชุมชน มีการยุติการก่อเหตุรุนแรงลง ส่งผลให้เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เบาบางลง

พูดคุยสันติภาพคือความหวัง

สำหรับคาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรากฏว่าผู้ประกอบการคาดการณ์ในเชิงบวกว่า สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจาก 41.0 เป็น 41.5 ดัชนีความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงเพิ่มขึ้นจาก 34.6 เป็น 42.4

สืบเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการค้า และประชาชนมีเวลาเข้าถึงกันรวมทำกิจกรรม มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพื้นที่ชายแดนใต้มากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ยังตั้งความหวังว่าจะเกิดความสันติสุขในพื้นที่จากการพูดคุยสันติภาพ ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ เชื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จะทำให้สถานการณ์ในอนาคตคลี่คลายลงได้ ประกอบกับมีการเพิ่มมาตรการทางทหารเชิงรุกเพื่อลดการก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น

ธุรกิจประกันชีวิตเฟื่องฟู

ผลสำรวจยังได้สรุปความคิดเห็นเพิ่มเติม ที่เป็นข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ ด้านการค้า ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานและสร้างอาชีพให้กับประชาชน กระตุ้นการบริโภคและเพิ่มกำลังซื้อต่อเนื่อง เช่น จัดงานแสดงสินค้าหรือจัดงานเทศกาลต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้มีการจับจ่ายใช้สอย ดึงดูดนักท่องเที่ยว และช่วยเหลือผู้ประกอบการ เรื่อง ราคาสินค้า ค่าแรง และค่าธรรมเนียมต่างๆ ลดจัดเก็บภาษีร้านค้าของเทศบาล สนับสนุนเงินทุนปลอดภาษี ลดภาษีน้ำมัน ภาษีป้าย ลดต้นทุนการขนส่งระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค

สถานการณ์ความรุนแรงที่ยังดำรงอยู่ ส่งผลให้การฝากเงินและการออมเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนมีความวิตกกังวล จึงหันมาให้ความสำคัญกับการทำประกันชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตเติบโตมากขึ้น

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมภาคเกษตรกรรมให้เข้มแข็ง เพราะกลุ่มคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ คือ เกษตรกรชาวสวนยางพารา ควรเพิ่มราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น ถ้ายางพาราและผลไม้มีราคาดี จะมีผลต่อการค้าขายในพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีอำนาจซื้อมากขึ้น ขอให้รัฐมีนโยบายระบายสินค้าเกษตรในพื้นที่ ไปยังภาคส่วนอื่นของประเทศ หรือจัดให้มีพ่อค้าต่างจังหวัดมารับซื้อผลไม้ในพื้นที่มากขึ้น

อยากได้ทางด่วนเชื่อมมาเลย์

ด้านการลงทุน ผู้ประกอบการต้องการเข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อได้ง่ายขึ้น สะดวก และไม่ซับซ้อน ขอให้หน่วยงานรัฐออกนโยบายที่ชัดเจน หรือมีการสนับสนุนต่อเนื่อง โดยจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อขยายธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม กระตุ้นให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ มีการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการค้าในพื้นที่มากขึ้น

นอกจากนั้น ยังเสนอให้เดินหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซียในด้านต่างๆ เช่น สร้าง express road หรือทางด่วน เพื่อให้การขนส่งสินค้ามีความสะดวก