วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนทุนเคลื่อนย้าย ป่วนศก.ไทย

เตือนตลาดเงิน-ทุนผันผวนรอบใหม่ เงินไหลเข้า-ออกเร็วกว่าช่วงต้นปี ระบุหลายปัจจัยยังไม่ชัดเจน ทั้งวิกฤติคลังสหรัฐ-เฟดลดคิวอี-การฟื้นตัวศก.โลก

ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนครึ่งเมื่อเทียบกับยูโรและตะกร้าเงินเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่าน หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะชะลอการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี)ออกไปอย่างน้อยถึงต้นปีหน้า หลังวิกฤติงบประมาณยังไม่จบลง

สกุลเงินของประเทศตลาดในเอเซียแข็งค่าขึ้นเช่นกัน จากเงินไหลเข้าตลาดเอเซีย ทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตร โดยค่าเงินภูมิภาคส่วนใหญ่ขยับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่สภาคองเกรสขยายเวลาเจรจาเรื่องปิดหน่วยงานรัฐและเพดานหนี้ออกไปจนถึงเดือนม.ค.-ก.พ. 2557

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แม้สหรัฐจะแก้ปัญหาวิกฤติการคลังแบบผลัดไปก่อน เหมือนการแตะกระป๋องไปเรื่อยๆ แต่พื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐยังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาทางการเมืองภายในสหรัฐ ที่ต้องใช้เวลาในการตกลงร่วมกันให้ได้

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบของการชัตดาวน์ต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และความเป็นไปได้ที่เฟดจะยังคงดำเนินโครงการซื้อพันธบัตรต่อไปจนถึงปีหน้านั้น ได้ฉุดเงินดอลลาร์ลง และมีแนวโน้มที่จะหนุนค่าเงินสกุลอื่นๆ แข็งขึ้น

ค่าเงินเอเซียและตลาดหุ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น โดยค่าเงินหลายสกุลแข็งค่าในรอบหลายเดือน เช่นเดียวกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 เดือน

นักวิเคราะห์กล่าวว่าเงินไหลเข้าในภูมิภาค จากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นบริษัทใหญ่ๆ ในเอเซีย หลังผลประกอบการออกมาดี และหากไม่มีปัจจัยอื่นมากระทบ แนวโน้มจะซ้ำรอยเมื่อต้นปีที่มีเงินจากคิวอีไหลเข้าภูมิภาค ส่งผลให้ค่าเงินและตลาดหุ้นทะยาน

แต่หลังจากเฟดส่งสัญญาณปรับลดคิวอีในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเงินไหลออกอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศในเอเซียบางประเทศอย่างรุนแรง เช่น อินเดียและอินโดนีเซีย

นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการส่วนการวิเคราะห์เสถียรภาพเศรษฐกิจ สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า ความผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่อาจจะไหลเข้าหรือออกจากประเทศ จากกรณีปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จในสหรัฐอเมริกา ทั้งการขยายเพดานหนี้ และกรณีงบประมาณที่ยังไม่ผ่านรัฐสภา รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจภายในที่การว่างงานยังอยู่ในระดับสูง และการลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ(คิวอี) จะเป็นความเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

"ปัญหาในสหรัฐ ไม่ได้มีแค่การขยายเพดานหนี้ หรือ ปิดหน่วยงานภาครัฐ แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจในสหรัฐเอง รวมถึงประเทศอื่นๆ ดังนั้นกระแสเงินทุนก็จะมีความผันผวน"

นายศรพล กล่าวว่า เมื่อทิศทางกระแสเงินทุนมีความผันผวน ธุรกิจต้องเตรียมตัวรองรับ โดยเฉพาะสถาบันการเงิน เพราะความผันผวนดังกล่าว จะกระทบทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ย ส่วนภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ยังไม่มีผลกระทบมากนัก

เชื่อบาทไม่แข็งถึง 28.50ต่อดอลล์

ด้านนายวศิน ไสยวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาเพดานหนี้สหรัฐขณะนี้ ทำให้ตลาดมองมาตรการคิวอี ยังต้องดำเนินต่อไป ทำให้ช่วงนี้เงินทุนจะไหลกลับเข้ามาในประเทศเกิดใหม่ รวมถึงไทยบ้าง ซึ่งการแก้ปัญหาแบบไม่เบ็ดเสร็จ ทำให้ตลาดเริ่มระแคะระคายกับความน่าเชื่อถือของดอลลาร์บ้าง แต่ยังไม่มีสินทรัพย์ใดที่จะปลอดภัย หรือเป็น Safe Heaven ได้

"ในระยะยาว แม้จะ AAA แต่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะดีฟอลท์หรือไม่ หากเป็นแบบนี้ทุกปี นักลงทุนต้องมองหาทางเลือกอื่น และลดขนาดสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ลง แต่คงไม่เกิดขึ้นแบบทันที เพราะสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ ที่เคยมีความเชื่อมั่น ก็หวือหวามาก ทำให้นักลงทุนกังวล ส่วนหยวนต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะมีบทบาทขึ้นมาได้"

ทั้งนี้ ความผันผวนยังคงมีต่อไป หากสหรัฐยังไม่สามารถสร้างความชัดเจนให้กับตลาดได้ จะเกิดการเก็งกำไรต่อไป ส่วนปี 2557 ยังคาดการณ์ได้ยาก เพราะมาตรการคิวอีจะลดขนาดลงได้หรือไม่ ดังนั้นระยะสั้นคงเห็นเงินบาทวิ่งในกรอบแคบๆ ไม่แข็งค่าไปมากกว่านี้ ยกเว้นจะมีเหตุการณ์ช็อคตลาดขึ้นอีก แต่ไม่น่าจะทำให้บาทแข็งค่าไปถึงระดับ 28.50 บาทต่อดอลลาร์ เหมือนช่วงกลางปีที่ผ่านมา

ชี้ค่าเงินบาทแนวโน้มไม่ชัดเจน

นายตรรก บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในระยะสั้นบาทยังแข็งค่าได้เล็กน้อย หรือหลุดต่ำกว่า 31 บาทต่อดอลลาร์ลงไปได้ หรืออยู่ที่ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ช่วงปลายปี แต่ความไม่แน่นอนในมาตรการคิวอียังคงมีอยู่ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังทรงตัว ทำให้แนวโน้มบาทในระยะต่อไปยังไม่ชัดเจนนักว่า จะอ่อนค่าหรือแข็งค่า โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามทั้งภายในและต่างประเทศ ทั้งเรื่องของเพดานหนี้ การเมืองในสหรัฐและมุมมองของประธานเฟดคนใหม่ รวมถึงจีนอาเซียน และเศรษฐกิจไทย

แม้ดอลลาร์จะเสื่อมค่าลง จากการแก้ปัญหาเพดานหนี้ที่ไม่เบ็ดเสร็จ แต่ความต้องการถือครองสินทรัพย์ของสหรัฐยังมีอยู่ แต่จะเริ่มลดลง และนักลงทุนจะเริ่มสนใจสินทรัพย์ใหม่ในกลุ่มประเทศที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจดีและไม่มีแนวโน้มเชิงลบ

ทหารไทยชี้ปี57ตลาดยิ่งผันผวน

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดปรับตัวดีขึ้นหลังจากนักลงทุนเริ่มหันมารับความเสี่ยงได้มากขึ้นทั้งค่าเงินบาท ตลาดหุ้นไทยและตราสารหนี้สกุลเงินบาท แต่ปี 2557 ปัญหาเพดานหนี้และมาตรการคิวอี จะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ตลาดยังมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ความผันผวนจะมากหรือน้อยกว่าปีนี้

ทั้งนี้ ความน่าเชื่อถือมีผลมากต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะนี้ โดยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีเสียงพูดกันมากขึ้นในตลาดถึงบทบาทของดอลลาร์สหรัฐที่มีต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยเฉพาะจีนที่ต้องการลดบทบาทสหรัฐลง ซึ่งในขณะนี้สหรัฐกำลังปล่อยให้ปัญหาการเมืองในประเทศมากระทบกับเศรษฐกิจโลกตลาดจึงตั้งคำถามถึงบทบาทของสหรัฐมากขึ้น แต่ยอมรับว่าในขณะนี้ตลาดยังไม่มีเครื่องมือหรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่นที่จะมาทดแทนดอลลาร์สหรัฐที่เป็นสกุลหลักของโลก ในขณะนี้ จึงเป็นโจทย์ของสหรัฐว่าจะสามารถฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนได้หรือไม่

ห่วงสภาพคล่องตึงตัวอีก1-2ปี

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า แนวโน้มในช่วง 1-2 ปีข้างหน้ามีความกังวลเรื่องสภาพคล่องที่ตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะความต้องการสภาพคล่องเพื่อลงทุนโครงการลงทุนภาครัฐมูลค่า 2 ล้านล้านบาท ที่จะใช้แหล่งเงินในประเทศสูงถึง 40-50% ของมูลค่าการลงทุน ที่จะเป็นการแย่งสภาพคล่องกับการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่การสร้างรายได้กลับคืนมาจากการลงทุนภาครัฐดังกล่าวต้องใช้เวลานาน เมื่อเทียบกับสินเชื่อที่ปล่อยให้ภาคเอกชน หรือภาคส่งออกที่จะมีรายได้กลับเข้ามาได้เร็วกว่า

"เชื่อว่าธปท.จะมีแนวทางดูแลสภาพคล่องเพิ่มเติม โดยเฉพาะการใช้ดอกเบี้ยนโยบายเป็นตัวดึงสภาพคล่อง โดยช่วงที่ผ่านมามีเงินทุนจากไทยส่วนหนึ่งไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศ 5-6 แสนล้าน ผ่านกองทุนต่างประเทศ หรือเอฟไอเอฟ เช่น กองทุนในเกาหลี ตะวันออกกลาง หรือสหรัฐ ที่จ่ายผลตอบแทนดี โดยเฉพาะช่วงที่ดอกเบี้ยในประเทศต่ำ