เมื่อแอ๊ปเปิ้ลเตรียมพลิกโฉม"ค้าปลีก"มีการนำนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาใช้ ทั้งสร้างธุรกิจออนไลน์ เจาะตลาดจีน และละตินอเมริกา
แองเจลา อาห์เรนส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เบอเบอร์รี ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูชื่อเสียงแบรนด์เสื้อผ้าดังแห่งเกาะอังกฤษมาแล้ว โดยมีการนำนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาใช้ ทั้งสร้างธุรกิจออนไลน์ที่แข็งแกร่ง พร้อมเจาะตลาดจีน และละตินอเมริกา
ปัจจุบันเธอได้กลายมาเป็นความหวังของ "แอ๊ปเปิ้ล" ที่จะสร้างความสำเร็จแบบเดียวกันนี้ ให้กับบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
ในการว่าจ้าง อาห์เรนส์ เข้ามาคุมด้านกลยุทธ การขยายกิจการ และการดำเนินงานในธุรกิจค้าปลีก และร้านค้านั้น หมายความว่า ทิม คุก ซีอีโอแอ๊ปเปิ้ล ได้กำหนดภารกิจให้เธอเพิ่มยอดขายไอแพด และไอโฟนโดยตรง พร้อมทำให้แบรนด์ ที่ไม่เคยออกผลิตใหม่เอี่ยมมานานเกือบ 4 ปี กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง
หนึ่งในความท้าทายใหญ่ๆ ของอาห์เรนส์ คือ การเพิ่มยอดขายของแอ๊ปเปิ้่ลในตลาดจีน ตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า อาห์เรนส์ สามารถนำประสบการณ์ความสำเร็จของเธอกับเบอเบอร์รี ในการแนะนำสินค้าที่มีราคาถูกลงในตลาดจีน โดยไม่ทำลายมูลค่าของแบรนด์ เข้ามาใช้ได้
ช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกในจีนของแอ๊ปเปิ้ลชะลอตัวลงอย่างมาก และความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทก็ได้รับผลกระทบจากตลาดเกรย์ มาร์เก็ต โดยเมื่อปี 2553 รอน จอห์นสัน หัวหน้าฝ่ายค้าปลีกของบริษัทในขณะนั้น คาดการณ์ว่า แอ๊ปเปิ้ลจะมีร้านในจีน 25 แห่ง ภายในปี 2555 แต่จนถึงปัจจุบันก็มีเพียง 8 แห่งเท่านั้น แม้ว่าคุกจะให้ความสำคัญกับจีน ในฐานะตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเติบโตของบริษัทก็ตาม
อาห์เรนส์ ถือเป็นผู้บริหารหญิงรายแรกในรอบเกือบ 10 ปี ที่เข้าร่วมในคณะบริหารของแอ๊ปเปิ้ล และรับผิดชอบในด้านการขยายกิจการ ดูแลเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่ ที่มีการจ้างงานราว 42,400 คน รวมถึง คณะทำงานออนไลน์ในด้านต่างๆ ด้วย
ผู้นำเบอเบอร์รี กรุ๊ป บริษัทอายุ 157 ปีรายนี้ ถือเป็นซีอีโอที่ได้รับเงินเดือนสูงสุดของเกาะอังกฤษ ระหว่างปีงบการเงิน 2554 - 2555 ด้วยจำนวนเงินมากถึง 15.6 ล้านปอนด์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหุ้นจำนวนมากที่ได้รับเป็นรางวัล โดยเมื่อปีงบการเงิน 2555/2556 เธอได้รับค่าจ้างทั้งสิ้น 6.8 ล้านปอนด์
ในการกระโดดมาร่วมงานกับแอ๊ปเปิ้ล ซึ่งมียอดขายสุทธิอยู่ที่ 157,000 ล้านดอลลาร์ หรือสูงกว่าเกือบ 50 เท่าของยอดขายเบอเบอร์รีนั้น ถือเป็นความท้าทายที่แตกต่างออกไปสำหรับอาห์เรนส์ ไม่นับแรงกดดันที่เธอจะต้องเผชิญในการร่วมงานกับแอ๊ปเปิ้ล เหมือนกับที่ผู้บริหารรายอื่นๆ ก่อนหน้าเธอต้องเจอมา
จอห์น โบรเวตต์ ซีอีโอดิ๊กสันส์ บริษัทค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อการอุปโภคบริโภคของอังกฤษ เป็นการจ้างงานครั้งสำคัญครั้งแรกของคุก นับแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่งซีอีโอ ต่อจากสตีฟ จ็อบส์ เมื่อปี 2554 แต่โบรเวตต์ ก็ตัดสินใจโบกมืออำลาแอ๊ปเปิ้ล หลังทำงานได้เพียง 6 เดือน ซึ่งเขาได้เปิดใจในภายหลังว่า เขาไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมการทำธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่รายนี้









