สศค.มั่นใจแบงก์ชาติ ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เกิดความผันผวน แม้การแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของสหรัฐเป็นเพียงการเลื่อนระยะเวลาออกไปเท่านั้น
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ให้ความเห็นถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าแตะระดับ 31 บาท 3 สตางค์ต่อดอลลาร์วันนี้ (18 ตุลาคม) ซึ่งเป็นการแข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่สองหลังจากสหรัฐสามารถหาข้อยุติเรื่องงบประมาณและการขยายเพดานหนี้เงินกู้ออกไปจนถึงเดือนก.พ.2557 ว่า จริงๆ แล้ว ปัญหาที่แท้จริงของสหรัฐยังไม่ได้รับการแก้ไขเพียงแต่เลื่อนเวลาไปเท่านั้น แต่ก็สร้างความสบายใจให้กับเศรษฐกิจของโลก
ในการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว โดยเมื่อมีเงินไหลเข้ามาลงทุนจากเหตุการณ์ในสหรัฐที่สงบลงชั่วคราว ซึ่งทำให้เงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นบ้างก็ไม่มีปัญหา เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยมีเครื่องมือและมาตรการยืดหยุ่นที่รองรับกับเงินทุนเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่มีสูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ถือว่าแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ได้และการแข็งค่าของเงินบาทในขณะนี้เห็นว่ายังไม่มากจนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเข้าไปดูแล
ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการประเมินว่า ไตรมาสแรกของปีหน้าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดน่าจะปรับลดวงเงินคิวอี 3 ลงนั้น นายสมชัย ประเมินว่า เป็นสิ่งที่ดีเพราะการปรับลดวงเงินคิวอีย่อมแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของสหรัฐกำลังจะฟื้นตัวและไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางการเงินอีกต่อไป เมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐฟื้นตัวก็เท่ากับไทย จะสามารถส่งสินค้าออกไปสหรัฐได้เพิ่มขึ้น แม้จะทำให้เงินกลับไปลงทุนในสหรัฐและส่งผลกระทบกับค่าเงินบาทของไทยอีกครั้งก็ตาม









