วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนปมสหรัฐป่วนตลาดหุ้น-บอนด์

ตลาดหลักทรัพย์-สมาคมตราสารหนี้เตือนตลาดเงิน-หุ้นยังผันผวนต่อ มองสหรัฐขยายเพดานหนี้แค่ยืดเวลาเส้นตาย ไม่ใช่การแก้ปัญหา

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวานนี้ (17 ต.ค.) ดัชนีผันผวนแรง เปิดตลาดปรับขึ้นในระดับ 10 จุด ระหว่างวันปรับสูงสุดที่ระดับ 1,480.65 จุด ปรับต่ำสุดที่ระดับ 1,463.01 จุด และมาปิดตลาดที่ระดับ 1,469.09 จุด ปรับขึ้น 4.71 จุด หรือ 0.32% มูลค่าการซื้อขายรวม 50,595.22 ล้านบาท โดยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 1,500.78 ล้านบาท ส่วนต่างชาติซื้อสุทธิ 196.97 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 737.46 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปซื้อสุทธิ 566.36 ล้านบาท

นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดเงินและตลาดทุนไทยยังคงผันผวนต่อไป แม้ว่าสหรัฐมีข้อตกลงขยายเพดานหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ แต่การขยายเพดานดังกล่าว มีกำหนดถึงเดือน ก.พ.2557 จึงเท่ากับเป็นเพียงการเลื่อนเส้นตาย (เดดไลน์) ออกไปเท่านั้น ยังไม่ความไม่แน่นอนในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีประเด็นการพิจารณานโยบายคิวอีของสหรัฐที่ยังไม่ชัดเจนด้วย

"การขยายเพดานหนี้ชั่วคราว แม้จะทำให้ตลาดมีพื้นที่ในการหายใจ ในระหว่างที่รัฐบาลสหรัฐคิดหาแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว แต่โดยรวมตลาดเงินตลาดทุนก็จะยังคงผันผวนอยู่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทางสหรัฐจะต้องคิดหาแนวทางแก้ไข เพื่อไม่ให้กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ และไม่ลดทอนความมั่นใจในการลงทุนของภาคธุรกิจในสหรัฐ"

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า สำหรับภาวะตลาดหุ้นในช่วงนี้ คาดว่าจะยังคงมีความผันผวนต่อไป เหมือนช่วง 3 เดือนก่อนหน้านี้ จนกว่าสถานการณ์ในสหรัฐจะได้ข้อสรุปชัดชัดเจนและได้ข้อสรุป แม้จะมีการเลื่อนกรอบระยะเวลาของเพดานหนี้และมีการยกเลิกการปิดสำนักงานรัฐบาลแล้ว แต่เป็นเพียงการยืดเวลาเท่านั้น ความไม่แน่นอนยังกระทบในเชิงจิตวิทยากับนักลงทุนอยู่

"ตลาดหุ้นยังผันผวน มีโอกาสปรับขึ้นลงในระดับ 100 จุดเหมือนช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมองว่าเป็นทั้งจังหวะในการลงทุน ขณะเดียวกันก็น่าเป็นห่วง นักลงทุนจึงต้องมีการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้ความระมัดระวังในการลงทุน"

แม้ว่าตลาดจะผันผวน แต่ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันถือว่าเป็นปีที่ดีที่สุดในรอบ 17 ปี เหมาะสำหรับการระดมทุน เห็นได้จากยอดการระดมทุนที่เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุด โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ หรือไอพีโอล่าสุดอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีของตลาดหลักทรัพย์ที่ตั้งไว้ที่ 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งได้ปรับเป้าหมายเพิ่มขึ้นมาแล้ว จากช่วงต้นปีตั้งเป้าไว้ที่ 1.2 แสนล้านบาท

"ตลาดหุ้นไทยถือว่าดีที่สุดในรอบ 17 ปีสำหรับการระดมทุน เพราะปัจจัยต่างๆ ปรับตัวดีขึ้น อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทั้งราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ที่อยู่ระดับเหมาะสม สภาพคล่อง ทำให้เอกชนความสามารถระดมทุนได้เงินเป็นจำนวนมาก แม้ภาวะตลาดหุ้นจะผันผวน อย่างไรก็ตามตลาดหลักทรัพย์คงจะไม่มีการปรับเป้าการระดมทุนเพิ่มเติมแล้วในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับเป้าหมายและแผนงานในปีหน้า"

ด้านนายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้บริหารสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ตอบรับเรื่องการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐที่ผ่านการอนุมัติจากทั้งสองสภาไปแล้ว ทำให้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ อีกทั้งคงจะเริ่มเห็นการทยอยกลับมาเปิดทำงานปกติสำหรับหน่วยงานบางแห่งในสหรัฐฯที่ปิดไปก่อนหน้า

ส่วนประเด็นที่จะต้องติดตามต่อไปเป็นเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะกรณีที่หน่วยงานบางแห่งในสหรัฐปิดทำการไปในระยะสั้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือไม่ ส่วนประเด็นมาตรการคิวอีนั้น มองว่าเป็นเรื่องยากที่สหรัฐฯจะเลิกในช่วงเวลาอันใกล้ เพราะเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่แข็งแรง