องค์กรความโปร่งใสสากลเผยผลการสำรวจความโปร่งใสของบริษัทข้ามชาติในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เผยจีนอยู่ในอันดับต่ำสุด
องค์กรความโปร่งใสสากลเผยผลการสำรวจความโปร่งใสของบริษัทข้ามชาติในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยระบุว่าบรรดาบริษัทของจีนดำเนินธุรกิจไม่ค่อยโปร่งใส พร้อมทั้งกล่าวชมบริษัทของอินเดียว่ามีมาตรฐานในการทำธุรกิจค่อนข้างสูง
จีนอยู่ในอันดับต่ำสุดในกลุ่ม "บริคส์" ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เนื่องจากบริษัทในประเทศนับเป็น 1 ใน 3 ของตัวอย่างทั้งหมดในผลสำรวจจาก 100 บริษัทข้ามชาติที่โตเร็วที่สุดในโลกในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 16 ประเทศ
ผลสำรวจดังกล่าววัดความโปร่งใสจากวิธีการต่อสู้กับการทุจริตของบริษัทแต่ละแห่ง วิธีการรายงานต่อองค์กรของตน และวิธีการเปิดเผยข้อมูลอย่างรายได้ ค่าใช้จ่าย และการเสียภาษี โดยมี 1 ใน 3 ของบริษัททั้งหมดที่มีคะแนนต่ำกว่า 5 จากเต็ม 10 คะแนน
จุดอ่อนที่พบในหลายบริษัทรวมไปถึงความล้มเหลวของบริษัทจำนวนราว 60% จากที่สำรวจมาทั้งหมด ในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงินบริจาคทางการเมือง
องค์กรความโปร่งใสสากลระบุว่า ผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบริษัทจากจีนมีคะแนนตามหลังในทุกๆด้าน โดยได้คะแนนไปทั้งหมด 20% และหากพิจารณาจากอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในตลาดทั่วโลก ผลคะแนนที่ย่ำแย่นี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล
บริษัท 8 จาก 10 แห่งที่มีผลคะแนนย่ำแย่ที่สุดเป็นบริษัทของจีน เช่น บริษัทของรัฐ "เชอรี่ ออโตโมบิล" รวมถึงเครือบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคของเม็กซิโก "มาเบ" ต่างมีคะแนนอยู่ที่ 0
องค์กรความโปร่งใสสากลระบุด้วยว่า บริษัทจากอินเดียมีคะแนนดีที่สุดในกลุ่มบริคส์ด้วยคะแนน 54% และหลายแห่งก็อยู่ในอันดับต้นๆในดัชนีรวม ซึ่งเป็นผลมาจากกฎหมายในอินเดียที่กำหนดให้บริษัทข้ามชาติจะต้องรายงานเกี่ยวกับบริษัทลูก
บริษัทที่ได้คะแนนรวมสูงสุดคือ "ทาทา คอมมูนิเคชั่นส์" ของอินเดีย ซึ่งยังได้คะแนนสูงสุดในด้านการต่อต้านการทุจริตด้วยคะแนน 92% ตามมาด้วยบริษัทในเครือทาทาอีก 3 แห่ง
องค์กรความโปร่งใสสากลเสริมว่า การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริตเป็นการยืนยันถึงความรับผิดชอบของบริษัทต่อเรื่องจริยธรรม และทำให้สังคมตรวจสอบบริษัทนั้นๆได้ง่ายขึ้น









