วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SIPA กับ Mission ที่ท้าทาย

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ Software Industry Promotion Agency (Public Organization) ที่รู้จักกันดีว่า SIPA


เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2546
โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ ในเรื่องของวางแผนและกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ การส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร การตลาด การลงทุน กระบวนการผลิต และการให้บริการที่ได้มาตรฐานสากล การสนับสนุนการค้นคว้าวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี มุ่งส่งเสริมให้เกิดการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับซอฟต์แวร์สุดท้ายมีหน้าที่ในการประสานงานและแก้ปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการทางด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้มีบริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service
วิสัยทัศน์กำหนดไว้ชัดถึงการพาประเทศไทยสู่เวทีซอฟต์แวร์โลก
ส่วนค่านิยมหลักองค์กรนั้น เป็นการขยายความจากชื่อ "SIPA” ซึ่งประกอบด้วย
S: Service-minded การบริการด้วยจิตอาสา
I : Integrityการยึดหลักความซื่อสัตย์ และความถูกต้อง
P : Performance-basedการดำเนินงานโดยเน้นคุณภาพและประสิทธิภาพ
A : Accountability การดำเนินงานด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
“การจะตอบโจทย์ค่านิยมองค์กรทั้ง 4 ข้อให้ได้ ต้องทำเรื่อง Competency” ไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว
ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA กล่าว
การทำหน้าที่เป็นเสมือนโปรโมเตอร์ให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นว่าที่ผู้ประกอบการในอนาคตของ SIPA ดำเนินการมายาวนานต่อเนื่องเป็นทศวรรษ แต่เมื่อย้อนมองถึงหลังบ้านที่โปรโมเตอร์รายนี้ต้องจัดการก็คือ การเติม Competency ให้กับทีมงานและองค์กร
10 ปีที่ผ่านมาในความเห็นของไตรรัตน์ SIPA ทำมาเยอะมาก อาทิ การสนับสนุนบุคลากรราว 28,000 คนให้เข้าสู่มาตรฐานด้านซอฟต์แวร์ ในส่วนของผู้ประกอบการก็ได้พัฒนาและส่งเสริมให้ได้รับสิทธิด้านการลงทุน ราว 800 คน รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมให้เติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10% ทุกปี
โครงการที่ SIPA ดำเนินการ อาทิเช่น การสนับสนุนทุน Animation Contest การให้ทุนสนับสนุนผลงานประกวด DigiMedia 2013 <http://www.sipa.or.th/ewt_dl_link.php?nid=1751&filename=index1> โครงการ SIPA Young Talent <http://www.sipa.or.th/ewt_news.php?nid=1735&filename=index1> โครงการมาตรฐานกระบวนการผลิตของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ระดับบุคคล (Software Development Life Cycle: SDLC) เป็นต้น

ซึ่งเส้นทางในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยก็ยังคงสดใสและเติบโตได้อีกมากแค่เพียงเตรียมทรัพยากร(คน,องค์ความรู้) ให้พร้อม และปรับตัวให้สอดรับกับทิศทางในอนาคตที่ความสำคัญไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีแต่เพียงอย่างเดียวแต่ต้องมีโปรเซสเข้าร่วมสนับสนุนด้วย
SIPA พร้อมแค่ไหนท่ามกลางอุตสาหกรรมที่ขยายตัว
ไตรรัตน์ บอก ในส่วนของ SIPA วันนี้เรียกว่า พร้อมเต็มร้อย หลังใช้เวลาพอสมควรกับการจัดหลังบ้านใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ Competency และ การสร้างทีม โดยกำหนดให้มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน
ที่ผ่านมาการที่เป็นองค์การมหาชนทำให้การเดินแต่ละก้าวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายทั้งเรื่อง “คน” และ “ระบบ”
วันนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องการปรับเปลี่ยนทัศนคติคนในองค์กรที่มี 102 ชีวิตให้เข้าถึงค่านิยมองค์กรให้มากขึ้นกว่าเดิมทั้งเรื่องการให้บริการ การเป็นทีมสปิริต การทำงานภายใต้แรงกดดันให้ได้ รวมถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
ในเชิงของระบบ ไตรรัตน์ บอกเป็นเรื่องของการสรรหาที่ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองจากเดิมไม่มี รวมถึง ระบบการประเมินผลงานที่เดิมทำเฉพาะหัวหน้ากับลูกน้อง แต่วันนี้ไม่ใช่ เป็นการปรับระบบเพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้ง และเกิดความยุติธรรม
ที่ชัดเจนก็คือ การดึงงานหลายๆ ส่วนกลับมาทำเอง จากเดิมที่เน้นการ Outsource ซึ่งก็เป็นเรื่องดีทั้งการประเมินผลของของทีมที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำ ไตรรัตน์ บอก การทำเช่นนี้ทำให้ได้เห็นว่าใครบ้างที่ร่วมมือ และไม่ร่วมมือ เพื่อให้ได้รู้ว่าจะแก้ไขและพัฒนาทีมต่อไปอย่างไร
ในช่วงปีที่ผ่านมา ไตรรัตน์ บอกมองเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมองค์กร และการปรับทัศนคติของคนจำเป็นต้องอาศัยเวลา และค่อยๆ ปรับแก้ไปทีละนิด ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้านทั้งจากพนักงานบางส่วน การเมืองภายใน และอื่นๆ
แต่ถึงกระนั้น เลข 10 ก็ยังถือว่าเป็นเลขที่สวย โดย ผู้อำนวยการฯ SIPA มองว่าปีที่ 10 เป็นช่วงเวลาของความท้าทาย การเปลี่ยนแปลง
และเป็นทศวรรษแห่งนวัตกรรม