วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มอิเล็กฯยื่นรัฐ7ข้อ ฟื้นธุรกิจสู้'คู่แข่ง'

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เสนอ 7 มาตรการ จี้รัฐแก้ปัญหาฟื้นธุรกิจ หลังมีปัญหาถูกเวียดนามตีตลาดหนัก เสนอชะลอประกาศส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ออกไป2ปี

วานนี้(14ต.ค.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องปรับอากาศ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการเอกชน ทั้งนี้นายศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์ มีการส่งออกปีละ 1.6 ล้านล้านบาท นำเข้า 1.4 ล้านล้านบาท มีการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า 4 แสนล้านบาท ส่วนการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเล็กทรอนิกส์ปีนี้จะลดลง 2% เพราะการส่งออกไปจีนลดลงถึง 29% โดยคาดว่าทั้งปี 2556 จะลดลง 3% แม้ไทยจะเป็นอันดับ 3 ของผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่เริ่มมีปัญหาถูกตีตลาดจากเวียดนาม และมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าไทย

เอกชนเสนอ7มาตรการฟื้นกลุ่มอิเล็กฯ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน สอท. กล่าวหลังประชุมฯว่าได้เสนอมาตรการให้รัฐบาลส่งเสริม 7 มาตรการ 1. สร้างโอกาสให้แก่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไทย เพื่อลดการนำเข้า โดยขอให้ภาครัฐซื้อสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ของไทยมากขึ้น เพื่อลดการนำเข้า เช่น โครงการแท็บเล็ตพีซี การเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นโทรทัศน์ดิจิตอล ส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐซื้อสินค้าไทยที่ได้มาตรฐาน มอก. ช่วยป้องกันสินค้าจากต่างประเทศที่ไม่ได้คุณภาพ เข้ามาทำลายการแข่งขันในประเทศได้ นอกจากนี้ เสนอให้หน่วยงานรัฐใช้ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น

2.ขอให้แก้ไขนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ฉบับใหม่ ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งจะประกาศปี2557 มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2558 ซึ่งผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจำนวนมาก เนื่องจากมีระยะเวลาเตรียมตัวน้อยเกินไป ดังนั้นหากเป็นไปได้ควร ขยายเวลาประกาศออกไปก่อน 2 ปี จากเดิมปี 2558 เป็นปี2559

นายกฯถก3ผู้ผลิตฮาร์ดดิสด์ไดร์ฟ

3.การแก้ปัญหาของธุรกิจฮาร์ดดิสด์ไดร์ฟในประเทศ เพื่อเพิ่มยอดมูลค่าการส่งออก จากปัจจุบันธุรกิจฮาร์ดดิสด์ไดร์ฟในประเทศมียอดการส่งออกลดลง ทั้งนี้เพื่อรักษาให้ประเทศผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเร็วๆนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะเชิญผู้ประกอบการฮาร์ดดิสด์ไดร์ฟข้ามชาติ ซึ่งมีฐานการผลิตในไทย 3 ราย ได้แก่ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล บริษัท ซีเกท และบริษัทฮิตาชิ มาหารือเพื่อหามาตรการช่วยเหลือและมาตรการจูงใจ ดึงกำลังการผลิตฮาร์ดดิสด์ไดร์ฟให้อยู่ในไทย

ส่วนแผนระยะยาวในการแก้ปัญหาการส่งออกฮาร์ดดิสด์ไดร์ฟ ที่ลดลงได้เสนอให้ยกระดับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ โดยให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เป็นศูนย์กลางดำเนินงานจัดตั้ง หน่วยงานพัฒนาระบบ ร่วมกับผู้ประกอบการ 10-15 ราย และโรงงานอุตสาหกรรมใช้งบ 1,500 ล้านบาท ในการดำเนินโครงการ 3 ปี

เว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-ลดภาษีเอสเอ็มอี

4.มาตรการภาษี เพื่อลดการนำเข้า เพิ่มยอดการส่งออก และสนับสุนนอุตสาหกรรมในประเทศ จึงขอให้สำนักเศรษฐกิจการคลัง พิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยการออกประกาศยกเว้นภาษีนำเข้า สำหรับวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่นำมาผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอกนิกส์และโทรคมนาคม เพื่อให้ต้นทุนการผลิตสินค้าแข่งขันได้กับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งขอให้แก้ปัญหาภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีรับจ้างทำของในภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมีการรับช่วงการผลิตเป็นทอดๆ มีภาระในการชำระภาษี ณ ที่จ่าย 3% โดยเฉพาะ เอสเอ็มอี ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยขอให้ลดภาษีให้กับเอสเอ็มอีในกลุ่มนี้จาก 3% เหลือ 1-2 %

นอกจากนั้น ยังเสนอให้แก้ไขบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดภาษีอัตราภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศทุกชนิด ซึ่งได้ยกเว้นภาษีมาก่อนหน้านี้ เพื่อไม่เป็นภาระต่อการดำเนินการของผู้ประกอบการในทางปฏิบัติ

สั่งศธ.เร่งพัฒนาหลักสูตรผลิตแรงงาน

5. ปัญหาแรงงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออก ปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการจ้างงานกว่า 6 แสนคน แต่ยังมีปัญหาการขาดแคลน โดยเฉพาะแรงงานช่างเทคนิค ที่เป็นปัญหาโดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งนายกฯ ได้ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)จัดการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทยให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม

6. ปัญหากฎมหายและกฎระเบียบภาครัฐ ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อผู้ประกอบการ โดยขอให้ปรับปรุงการออกใบอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น ไม่ควรเกิน10วันทำการ หลังจากที่ได้รับทราบผลการทดสอบสินค้าตามาตรฐาน มอก. เพื่อผู้ประกอบการจะดำเนินการผลิตได้ตามแผน และขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมแก้ไขกฎระเบียบในการขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการสาม่รถเริ่มก่อสร้างโรงงานได้

7.การพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มการส่งออก ลดการนำเข้า และเพิ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ เสนอให้ภาครัฐสนับสนุนให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปะรรม เน้นที่มาลงทุนในประเทศ ต้องมีกระบวนการถภ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการสร้างศูนย์ออกแบบเพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยจากการรับจ้างผลิต ไปสู่การผลิตของโรงงานที่มีรูปแบบการพัฒนาดีไซน์ รูปแบบสินค้าได้เอง