วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนหนุน'ฟรีวีซ่าจีน'กระตุ้นเที่ยวไทย

เอกชนขานรับ "ฟรีวีซ่าจีน" จี้รัฐวางแผนเพิ่มระบบกลั่นกรองนักท่องเที่ยวขาเข้า ป้องกันปัญหาความมั่นคง พร้อมวางนโยบายพัฒนาระยะยาว

ตลาดนักท่องเที่ยวจีนคาดการขยายตัวสูง 14.89% แตะ 5.4 ล้านคน สร้างรายได้ 2.25 แสนล้านบาท ในปี 2557 จากปีนี้คาดมีจำนวนกว่า 4.2 ล้านคน ทำให้ภาครัฐมุ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวไทยผ่านมาตรการยกเว้นการขอตรวจรับลงตรา (วีซ่า) ขณะที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชื่อว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีน

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับจีน จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความสะดวกที่เป็นปัจจัยให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมควรเป็นอีก 2 ปีข้างหน้า เพราะไทยต้องเตรียมความพร้อมอีกมาก อันดับแรก ต้องบริหารจัดการด้านตรวจคนเข้าเมืองที่รัดกุมกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความมั่นคง หรือเปิดช่องให้อาชญากรเดินทางแฝงเข้าท่องเที่ยวไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องฝึกอบรมขั้นตอนการตรวจรับ ที่ต้องเพิ่มเกณฑ์พิจารณาละเอียด คัดกรอง และทำให้แน่ใจว่า มีจุดประสงค์เพื่อท่องเที่ยวจริง อาทิ หลักฐานตั๋วเครื่องบินไป-กลับ หลักฐานจองที่พัก จำนวนเงินที่เพียงพอต่อระยะเวลาพำนักในไทย

"กรณีนี้ควรดูตัวอย่างจากรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ประกาศมาตรการฟรีวีซ่าให้ไทยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา เริ่มพบว่าเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ญี่ปุ่น พิจารณาหลักฐานนักท่องเที่ยวที่ด่านขาเข้ามากกว่าเดิม ใช้เวลานานกว่าเดิม ท่าอากาศยานไทยควรจัดหากระบวนการรองรับด้วยเช่นกัน หาก ตม.ตรวจละเอียดมากขึ้น เสี่ยงเกิดปัญหาแออัด โดย 9 เดือนที่ผ่านมาตลาดจีนเติบโตก้าวกระโดด 92.9%"

แนะเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน

ไทยยังต้องเตรียมความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐาน เพราะยังขาดความพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกหลายด้านสำหรับการเดินทางประเภทกรุ๊ปทัวร์ อาทิ รถบัส มัคคุเทศก์ที่เชี่ยวชาญภาษาจีน ส่วนกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ยังขาดเรื่องป้ายบอกทาง ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่เป็นภาษาจีนโดยเฉพาะ

"การที่จีนจะยกเลิกวีซ่าให้ไทยเป็นประเทศแรกๆ ในเอเชีย เป็นข้อได้เปรียบด้านการทำตลาด แต่ไทยต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เร่งเข้าไปทำตลาดด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวด้วย"

ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดจีนสูงสุดกว่า 20% ในด้านหนึ่งถือเป็น "ความเสี่ยง" หากมีปัจจัยที่เกิดผลกระทบจะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมเสียหาย รัฐบาลควรมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดความสมดุลจากตลาดอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวในประเทศและตลาดท่องเที่ยวอาเซียน มุ่งไปตลาดศักยภาพใกล้ไทย อาทิ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หากมีการประกาศยกเว้นวีซ่าให้กับจีน จะเป็นประโยชน์ต่อท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่ม FIT ที่มีสัดส่วน 30-40% มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น ปัจจุบันตลาดใหญ่จากยุโรปอย่าง รัสเซีย ได้รับการยกเว้นวีซ่าแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคง วางระบบกลั่นกรองนักท่องเที่ยวที่มีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น เพราะคาดว่าปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มเข้ามาทำให้การติดตามตรวจสอบทำได้ยากขึ้น หากไม่มีวีซ่าตรวจตราเบื้องต้น

นักท่องเที่ยวจีนทะลุ4ล้านคนปีนี้

สำหรับแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนปีนี้มีโอกาสสูงกว่าเป้าหมาย 4 ล้านคน เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ไฮซีซัน 3 เดือนสุดท้าย แต่ตัวเลขเดือน ม.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา มีชาวจีนเดินทางมาแล้วกว่า 3.74 แสนคน คาดปีหน้าตลาดเติบโต 10-20% บนเงื่อนไขที่ไทยต้องปรับตัว 2 เรื่องใหญ่ คือ รัฐบาลต้องวางแผนการพัฒนาท่องเที่ยวระยะยาว ส่งเสริมให้เกิดการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อไม่ให้ผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดหลัก ซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ

นอกจากนี้ควรใช้วิธีบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานระดับจังหวัดที่มีความพร้อมด้านสินค้าท่องเที่ยวที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างแท้จริง ให้หน่วยงานท้องถิ่นมีบทบาทในการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งในเชิงคุณภาพและคุณค่า จูงใจให้เกิดการเดินทางซ้ำ ขณะที่หน่วยงานหลักอื่นๆ อาทิ กระทรวงคมนาคม ต้องมีส่วนในการวางพื้นฐานการขนส่งสอดรับการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ด้วย

"จำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะถึง 30 ล้านคนในอีก 2 ปีข้างหน้า ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไทยยังไม่ดีพอ หากมีมาตรการกระตุ้นปริมาณนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้จากอุตฯท่องเที่ยวเป็นหลักด้วยการยกเลิกวีซ่า ต้องมีแผนการรองรับที่ดี ยกตัวอย่างฝรั่งเศส มีขนาดประเทศเท่าไทย มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก มีนักท่องเที่ยว 60-70 ล้านคนต่อปี และกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังเมืองต่างๆ ได้ดีมาก จึงไม่ทำให้เกิดปัญหา"

กม.ท่องเที่ยวใหม่จีนอุปสรรคเที่ยวไทย

ปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคทำให้ตลาดจีนไม่เติบโตก้าวกระโดดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ การประกาศใช้กฎหมายท่องเที่ยวฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เน้นควบคุมรายการทัวร์ให้มีคุณภาพและต้องกำหนดราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวฉลองวันชาติจีน หรือ “โกลเด้นวีค” ตั้งแต่วันที่ 1-10 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลจีนเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีบริษัทนำเที่ยวที่เข้าข่ายกระทำผิดและได้รับโทษปรับรวมกันมากกว่า 100 ล้านบาท มีโทษปรับตั้งแต่ 5 หมื่นบาท ถึง 1.5 ล้านบาทต่อบริษัท ส่วนใหญ่เป็นความผิดโทษฐานขายทัวร์ราคาต่ำและบังคับให้ลูกค้าซื้อโปรแกรมเสริม โดยส่วนใหญ่ทัวร์ในประเทศ ทั้งขนาดกลางและเล็กที่ขายโปรแกรมเที่ยวต่างมณฑลได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่พื้นที่มีการจับกุมกวาดล้างมากที่สุด คือ ปักกิ่ง

นอกจากนี้มีรายงานว่ามีบริษัททัวร์ระดับกลางจากเสิ่นเจิ้นถูกสั่งปิดดำเนินการแล้วอย่างน้ย 1 แห่ง คาดว่าตลาดชาวจีนออกนอกประเทศลดลง โดยเฉพาะประเภทกรุ๊ปทัวร์ที่ลดลง 80% เพราะบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ และบริษัทที่ตั้งในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซียงไฮ้ ยังคงระงับการจัดทัวร์กลุ่มใหญ่ประเภทเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) ต่อไปอีกระยะ เพื่อรอดูความชัดเจนของกฎหมาย และหวังว่ารัฐบาลจีนจะเห็นปัญหาที่กระทบในวงกว้าง และผ่อนคลายข้อบังคับมากขึ้น

"บริษัททัวร์ระดับกลางและเล็กบางรายไม่มีทางเลือกต้องเสี่ยงทำตลาดในรูปแบบเดิม เพราะต้องประคองธุรกิจให้อยู่รอด โดยเฉพาะในมณฑลที่ห่างไกลจากศูนย์กลางยังเสี่ยงนำกรุ๊ปทัวร์เหมาไปต่างประเทศ เพราะคาดว่ารัฐบาลท้องถิ่นเข้มงวดน้อยกว่า"

หากที่ไทยเปิดฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน เป็นประโยชน์ในการสนับสนุนกลุ่ม FIT เดินทางมากขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ที่บริษัททัวร์รายใหญ่ เริ่มปรับตัวไม่ให้เข้าข่ายผิดกฎหมาย ด้วยการขายแพ็คเกจทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวจีนตลาดบนเป็นหลัก คาดว่าปีนี้ตลาด FIT ของจีนเพิ่มขึ้น 5% จากเดิมมีสัดส่วน 30-40%

ทั้งนี้ หลังประกาศใช้กฎหมายท่องเที่ยวดังกล่าว ประเทศต่างๆ ที่มีชาวจีนเป็นเป้าหมายหลักเริ่มได้รับผลกระทบของตลาดที่ปรับลดลง อาทิ การท่องเที่ยวไต้หวันรายงานการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่วันที่ 1-6 ต.ค.ที่ผ่านมา ลดลง 30.57%

นายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิก ททท. กล่าวว่า ปลายเดือนนี้ นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท.จะเป็นตัวแทนไทยเดินทางไปหารือกับหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำประเทศจีน หรือ ซีเอ็นทีเอ (National Tourism Administration of The People's Republic of China) พร้อมเชิญเอเยนต์ทัวร์ทั้งจากไทยและจีนประชุมร่วมกัน เพื่อขอความชัดเจนแนวทางปฏิบัติของบริษัทนำเที่ยวตามกรอบกฎหมายฉบับใหม่