คลังเตรียมคืนหน่วยลงทุนมูลค่า 7 หมื่นล้าน ให้ผู้ถือหน่วยกองทุนวายุภักษ์แบบปิด เพื่อเตรียมเปิดกองทุนวายุภักษ์แบบเปิด คาดเปิดขาย 1 ปีข้างหน้า
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ใหม่ ในรูปแบบกองทุนเปิดว่า อยู่ในขั้นเตรียมการเพื่อแจ้งต่อผู้ถือหน่วยลงทุน เกี่ยวกับการคืนหน่วยลงทุน หลังกองทุนวายุภักษ์กองเดิม จะหมดอายุช่วงเดือนพ.ย.นี้
"ขั้นตอนการดำเนินการ สคร.จะต้องคืนเงินส่วนของผู้ถือหน่วย 7 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนนี้ มีทั้งรายย่อยและสถาบันการเงิน เมื่อคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วย ที่ไม่ใช่กระทรวงการคลังแล้ว เท่ากับว่ากองทุนวายุภักษ์ จะปิดกองทุน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 30 พ.ย.นี้ โดยมีครบอายุ 10 ปี"
สถาบันการเงินที่ถือหน่วยลงทุนนี้มากสุด ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย 3 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนกระทรวงการคลังถือหุ้น 3 หมื่นล้านบาท
กองทุนวายุภักษ์กองใหม่นี้ เปิดโอกาสให้นักลงทุนซื้ออย่างเท่าเทียมกัน หลังจากที่กองทุนวายุภักษ์ ซึ่งเป็นกองทุนที่ที่ลงทุนในหุ้นที่กระทรวงการคลังถือครองอยู่หมดอายุลง และกระทรวงการคลังได้มีนโยบาย จะเปิดกองทุนวายุภักษ์ใหม่อีกครั้ง แต่จะทำเป็นในรูปกองทุนเปิด จากเดิมทำในรูปกองทุนปิด
"เราจะให้สิทธิ์แก่ประชาชนทั่วไปให้สามารถเข้ามาซื้อหน่วยลงทุนนี้ได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่ให้ผู้ที่เคยถือหน่วยลงทุนวายุภักษ์เดิม ได้สิทธิ์ในการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนเปิดวายุภักษ์เป็นกรณีพิเศษก่อนนักลงทุนรายอื่น" นายประสงค์กล่าว
สำหรับกำหนดระยะเวลาการเป็นกองทุนปิดวายุภักษ์ เขากล่าวว่า กระทรวงการคลังจะจัดทำเงื่อนไขในการลงทุนต่างๆ คาดจะใช้เวลา 1 ปี กว่าที่จะเปิดขายหน่วยลงทุนในกองใหม่นี้ได้ ส่วนผู้บริหารกองทุนจะให้บริษัทเดิม คือ บลจ.กรุงไทย และบลจ.เอ็มเอ็ฟซีบริหารไประยะหนึ่ง 2 -3 เดือน หลังจากนั้น จะพิจารณาผลงานว่า จะคัดเลือกผู้บริหารรายใหม่หรือใช้รายเดิม
ปัจจุบันกองทุนวายุภักษ์นี้ มีมูลค่ากองทุน 3 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท สาเหตุมูลค่ากองทุนที่ลดลง เป็นไปตามดัชนีหุ้นที่ปรับลดลง สำหรับค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของกองทุนวายุภักษ์ดังกล่าวอยู่ที่ 4-5%









