วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

หนี้เน่ารายย่อยพุ่ง กรุงศรีเพิ่มทีมตามหนี้

หนี้เน่ารายย่อยพุ่ง กรุงศรีเพิ่มทีมตามหนี้

กรุงศรีเพิ่มทีมติดตามหนี้ 100 คน หลังเอ็นพีแอลรายย่อยพุ่ง 0.3% ปรับฐานเงินเดือนขั้นต่ำขึ้นเป็น 1 หมื่นบาท ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรถี่ยิบ

นายสุขดี จงมั่นคง ประธานกรรมการบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ทำธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลเปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เพิ่มความเข้มงวดในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อเฝ้าระวังการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล โดยได้ปรับเพิ่มรายได้ขั้นต่ำของผู้สมัครบัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์จาก 8,000 บาทเป็น 10,000 บาท รวมถึงการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และวงเงินที่เหมาะสม

ด้านนายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่าหลังจากที่เห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้รวมถึงเอ็นพีแอลจากธุรกิจสินเชื่อบุคคลปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มขึ้น บริษัทเริ่มเฝ้าติดตามสถานการณ์หนี้ของกลุ่มลูกค้าระดับล่างที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือนมากขึ้นด้วยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ติดตามทวงถามหนี้เป็น 100 คน จากเดิมที่มี 800 คน

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายนเอ็นพีแอลของอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้น 0.20-0.25% จากสิ้นปีมาอยู่ที่ 3.2% ขณะที่เอ็นพีแอลของบริษัทปรับเพิ่มขึ้น 0.30% มาอยู่ที่ 2.6% สูงกว่าระบบเล็กน้อยเนื่องจากบริษัทมีพอร์ตลูกค้ากลุ่มล่างค่อนข้างมาก โดยลูกค้าผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อเดือนมีสัดส่วนประมาณ 12% ของลูกค้าใหม่ที่เข้ามา

นอกจากนี้บริษัทได้มีนโยบายในการคุมเข้มการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น และคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรถี่ขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เฝ้าระวัง รวมถึงจับตากลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้ 10,000-12,000 บาทด้วยว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่

"เมื่อหยุดน้ำใหม่ที่เข้ามาก็เชื่อว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลจะช้าลงหรือทรงตัว และหากเศรษฐกิจไม่ผันผวนไปมากกว่านี้ ก็น่าจะช่วยให้เอ็นพีแอลไม่แย่ลงไป ประกอบกับสิ้นปีจะมีพอร์ตสินเชื่อใหม่เข้ามาทำให้โดยรวมแล้วเราเชื่อว่าเอ็นพีแอลจะทรงตัวที่ 2.6% หรืออาจลดลงเล็กน้อยเหลือ 2.5% ได้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการคุมเข้มสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอาจยอดอนุมัติลดลง 2,000 รายต่อเดือน"

ในส่วนของบัตรเครดิตนั้น ยังไม่มีสัญญาณเอ็นพีแอลที่น่ากังวล แต่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวเศรษฐกิจและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวัง และลดการใช้จ่ายผ่านบัตรปรับลดตามไปด้วย แต่ในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทจะทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง และเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยว รวมถึงการซื้อหน่วยลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีทำให้การใช้จ่ายผ่านบัตรจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งผลประกอบการของบริษัทตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาสูงกว่าเป้าหมายไปแล้ว แม้ว่ากำลังซื้อในไตรมาสสุดท้ายจะชะลอตัวแต่ก็ไม่น่าจะทำให้ธุรกิจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายมากนัก

นายฐากรกล่าวว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีมีฐานลูกค้าใหม่มากกว่า 5.5 แสนบัญชีเพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตร 1.3 แสนล้านบาทเติบโต 14%และมียอดสินเชื่อใหม่ 48 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 18% สิ้นปีจะมีลูกค้าใหม่ 8 แสนบัญชี ขณะที่เอ็นพีแอล ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2556 มีเอ็นพีแอลบัตรเครดิต 1.1% และสินเชื่อบุคคล 2.6% และมียอดสินเชื่อคงค้าง ณ เดือนกันยายน อยู่ที่ 1.09 แสนล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 แสนล้านบาท โดยเป็นพอร์ตสินเชื่อจากเฟิร์สช้อยส์ 3 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.2-3.3 หมื่นล้านบาท