วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอฟเอโอแนะยกเครื่องผลิต รับราคาอาหารพุ่ง

เอฟเอโอแนะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตร โดยใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มปริมาณผลผลิต หลังราคาอาหารโลกพุ่ง

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุม The Second FAO Ministerial Meeting on International Food Prices ณ สำนักงานใหญ่ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้หารือถึงระดับราคาอาหารของโลกซึ่งปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร และปริมาณผลผลิตไม่สมดุลกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนที่ผลิตเป็นอาหารและที่ไม่ใช่อาหาร (Food and Non Food)

นอกจากนั้น รูปแบบโครงสร้างตลาดสินค้าเกษตรและอาหารที่มีแนวโน้มเข้าสู่ตลาดผู้ซื้อ ผู้ขายมีน้อยราย การที่ราคาสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นจึงส่งผลกระทบต่อระดับความมั่นคงทางด้านอาหารของโลก โดยเฉพาะการเข้าถึงอาหารของประชาชนในประเทศที่มีกำลังซื้อน้อย ซึ่งนำไปสู่ปัญหาความอดอยาก

"ราคาอาหารของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงปีหน้า ซึ่งจะมีผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ประชุมเห็นว่าแนวนโยบายบรรเทาผลกระทบคือการปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตภาคการเกษตรของโลก โดยเฉพาะหน่วยผลิตขนาดเล็ก การใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตอาหารของโลกและปรับดุลยภาพด้านราคาให้เหมาะสมในที่สุด ซึ่งเอฟเอโอได้แจ้งให้ประเทศสมาชิกตระหนักร่วมกันในการดำเนินนโยบายเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านอาหารของโลก"

ในส่วนของไทยได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงปัญหาดังกล่าวว่า ได้ติดตามข้อมูลและให้ความสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหารของโลก และมีความเห็นสอดคล้องกับเอฟเอโอที่เห็นว่าระดับราคาอาหารโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงอาหารของประชากรที่ยากจน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารมีเหตุปัจจัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้นทางด้านต้นทุนการผลิตในฟาร์มและต้นทุนการตลาด ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนด้านโลจิสติกส์

ส่วนการเพิ่มปริมาณการผลิต โดยการปรับเพิ่มผลิตภาพและการลดปริมาณการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิตและการบริโภค จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนอาหารและเพิ่มปริมาณอาหารเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในที่สุดจะปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพเป็นระดับราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เหมาะสมกับขีดความสามารถหรือระดับกำลังซื้อของประชากรส่วนใหญ่ของโลกในที่สุด

ทั้งนี้ ไทยมีนโยบายสำคัญในการยกระดับความมั่นคงด้านอาหารและบรรเทาปัญหาราคาสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยดำเนินนโยบายบริหารจัดการพื้นที่เกษตรให้มีความเหมาะสมกับสินค้าเกษตร ซึ่งใช้หลักวิทยาศาสตร์ด้านดินและความต้องการของพืช ปศุสัตว์ ประมง เมื่อเกษตรกรทำการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมทางกายภาพ ชีวภาพ จะก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และต้นทุนต่อหน่วยลดลง ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตสมดุลกับความต้องการของตลาด มีเสถียรภาพด้านราคาและเป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ทั้งตลาดสินค้าอาหารและที่ไม่ใช่อาหาร

นอกจากนั้น ไทยยังมีนโยบายบริหารจัดการระบบการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร รวมทั้งจัดการให้ระบบการขนส่งและส่งผ่านความปลอดภัยด้านอาหารจากฟาร์มไปยังผู้บริโภค มีการบริหารจัดการให้มีการรวมกลุ่มการผลิตเป็นคลัสเตอร์ครบวงจร ส่งเสริมความรู้ด้านอาหารศึกษาเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยอย่างเหมาะสม ลดการสร้างของเสียจากการบริโภคอาหาร หรือการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์เพิ่มในรูปของพลังงานชีวมวล ควบคู่กับการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer โดยเป็นเกษตรกรที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ทั้งด้านการตลาดและการผลิตที่สะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

"กระทรวงฯสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชเลี้ยงปศุสัตว์และประมงเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน หากผลิตได้มากขึ้น เหลือจากการบริโภคภายในจึงรวมกลุ่มและจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นใกล้เคียง ซึ่งจะลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงจากราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารได้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย"

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายทั้งหมดจะมีส่วนสนับสนุนให้ระดับความมั่นคงด้านอาหารของโลกเพิ่มขึ้น และพร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์ความคิดเห็นจากการประชุมเพื่อให้ประชาคมโลกนำไปปรับใช้ประโยชน์ ตลอดจนร่วมกันดำเนินนโยบายที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษ (Millennium Development Goals - MDGs) โดยเฉพาะการขจัดความยากจนและความหิวโหย ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมาย 8 ประการที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ 189 ประเทศยอมรับและพยายามบรรลุเป้าหมายภายในปี 2558