"ประเสริฐ"-"รอยล"ยันนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร รอดน้ำท่วม คาดเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 5-6 วัน กนอ.ทุ่มกำลังป้องนิคมฯ เผยปิด 2 โรงพนง.เดินทางลำบาก
สถานการณ์ฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องฝนพาดผ่านภาคตะวันออกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ภาคตะวันออกได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ อ.พานทอง จ. ชลบุรี ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำหลากเข้าสู่คลองชลประทานพานทองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำบริเวณ อ.พานทองและนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครยังมีแนวโน้มสูงขึ้น
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ล่าสุดวานนี้(9 ต.ค.)ในบริเวณถนนเฟสที่ 7-9 ปริมาณระดับน้ำ ได้ลดลงเหลือประมาณ 20 เซนติเมตร จากระดับน้ำเมื่อวันที่ 8 ต.ค.อยู่ที่ระดับ 30 เซนติเมตร ไม่มีโรงงานใดเกิดปัญหาน้ำท่วมโรงงานเลย ทั้งนี้คาดว่าระดับน้ำในพื้นที่นิคมฯจะเข้าสู่ภาวะปกติใน 5-6 วัน หากไม่มีปริมาณน้ำฝนตกเพิ่มเติม
ข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า ขณะนี้ถือว่าน้ำในคลองพานทองที่เชื่อมกับคลองในนิคมฯอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว
เผยปิด 2 โรงพนักงานเดินทางลำบาก
อย่างไรก็ตามจำนวนโรงงานที่มีอยู่ในพื้นที่ จำนวน 200 โรงงาน ขณะนี้ยังสามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ มีเพียง 2โรงงานเท่านั้นที่แจ้งมายังอมตะ เพื่อขอหยุดดำเนินการผลิตชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-10 ตุลาคม 2556 เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ อาศัยอยู่นอกพื้นที่นิคม ทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้ามาทำงานได้ โดยโรงงานทั้ง 2 แห่งที่แจ้งขอหยุดผลิตชั่วคราวนั้น เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ขนาดกลาง และ ย่อม
"หลังจากลงพื้นที่พบว่าระดับน้ำลดลงจากเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ประมาณ 10 เซนติเมตรแล้ว ทำให้มั่นใจจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมแน่นอน ล่าสุดจากการหารือผู้ประกอบการกว่า 700 ราย ในพื้นที่พบว่ามีความมั่นใจกับการรับมือของนิคมฯอมตะและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือกนอ." นายประเสริฐกล่าว
อมตะเร่งระบายยันปลอดภัยแน่
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทอมตะ คอปอร์เรชัน จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ขณะนี้ทางนิคมอยู่ในระหว่างเร่งดำเนินการ ระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการและพนักงาน โดยยืนยันว่าระดับน้ำจะเข้าภาวะปกติอย่างแน่นอน เนื่องจากทางนิคมฯได้เร่งระบายน้ำลงสู่คลองสาธารณะที่เชื่อม ต่ออยู่ใน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ คลองขุนวิเศษ คลองมัดท่อ และคลองน้ำเค็ม ลงสู่คลองพานทอง และไหลสู่แม่น้ำบางปะกง อีกทั้งยังมีพื้นที่ที่ใกล้กับทะเล ซึ่งจะช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว
นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เป็นพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 2.2 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 20,000 ไร่ มีผู้ประกอบการ 700 โรงงาน ประกอบด้วยนักลงทุน ไทย ญี่ปุ่น ยุโรป และสัญชาติอื่นๆ ทั้งนี้มีการลงทุนประมาณ 1,200,000 ล้านบาท โดยมีอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่
อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและอะไหล่ เป็นต้น มีแรงงานประมาณ 400,000 คน
"มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าน้ำจะไม่ท่วมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และโรงงานจะไม่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ เพราะทางนิคมฯได้เตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม ก็เชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่จะลดลงและกลับสู่ภาวะปกติ"
กนอ.พร้อมทุ่มกำลังป้องนิคมฯ
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)กล่าวว่า ขณะนี้กนอ.และผู้บริหารนิคมอมตะนครได้วางแผนรับมือ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในโรงงาน หลังจากน้ำได้ท่วมบริเวณถนนเฟสที่ 7-9 เบื้องต้นได้ประสานขอเรือผลักดันน้ำ เพิ่มอีก 4 ลำ จากวันที่ 8 ต.ค.มีเรือผลักดันน้ำแล้ว 9 ลำ เป็นของกนอ.5 ลำ และกองทัพเรือ 4 ลำและมีเครื่องสูบน้ำ 30 ตัว
นอกจากนี้อยู่ระหว่างประสานกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ และอุทกภัย (กบอ.)เพื่อขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องสูบน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)กระทรวงพลังงาน จำนวน 100 ตัว ที่เตรียมพร้อมใช้งานเพื่อผลักดันน้ำลงสู่คลองพาน เพื่อลงสู่แม่น้ำบางปะกงแต่ปัญหาคือจะสามารถติดตั้งได้หรือไม่
"นิคมฯอื่น กนอ.ยังติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนิคมฯฝั่งตะวันออก แถบลาดกระบังที่เสี่ยงน้ำท่วมปีที่แล้ว เพื่อป้องกันน้ำมุ่งไปแถบนั้นแต่ล่าสุดยังไม่มีปัญหา ส่วนพื้นที่นิคมฯฝั่ง จ.พระนครศรีอยุธยาและ จ.ปทุมธานีล่าสุดพบว่าน้ำลดระดับลงแล้ว" นายวีรพงศ์กล่าว
ทั้งนี้ กนอ.ได้พยายามทำความเข้าใจ กับผู้ประกอบการในทุกนิคมฯ โดยเฉพาะพื้นที่นิคมฯอมตะที่ปี 2554 ไม่มีปัญหาน้ำท่วม แต่ปีนี้มีปัญหาน้ำท่วมถนน โดยกนอ.จะพยายามรับมือและจัดการปัญหาให้ได้ เพราะต้องยอมรับว่าภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และปีนี้เป็นปีแรกที่เกิดปัญหาฝนตกหนักจนน้ำท่วมภาคตะวันออก
"รอยล"เชื่อปลอดภัยผันน้ำลงบางปะกง
นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และจัดสรรน้ำ ในคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย กบอ. กล่าวว่า พื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่มีปัญหาด้านโครงสร้าง โดยจุดอ่อนของนิคมอุตสาหกรรมอมตะ คือ บริเวณด้านเหนือของนิคม มีการสร้างฝายเก็บน้ำ แต่ไม่ได้ทำฝายเพื่อระบายน้ำ ในขณะที่รูปแบบการก่อสร้างฝาย ในคลองกว้าง 50 เมตร กลับทำฝายกว้างแค่ 10 เมตร พอถึงเวลาที่น้ำหลากทำให้ไม่สามารถระบายได้
จุดอ่อนที่ 2 คือคลองระบายน้ำจากเดิมที่เคยระบายออกได้ 2 ทาง โดยอาศัยคลองตำหรุ กับคลองพานทอง ปัจจุบันกลับใช้ได้เส้นเดียว โดยคลองตำหรุ มีสนามกอล์ฟขวาง ในขณะที่ประตูระบายน้ำสร้างขวางเช่นกัน ซึ่งในหลายพื้นที่เป็นเหมือนกันหมด
"นิคมอุตสาหกรรมอมตะสร้างบริเวณ 2 ข้างของลำน้ำ โดยมีระบบประตูระบายน้ำของคลอง ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อเก็บน้ำ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อระบายน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในส่วนของนิคมเองไปจนถึงท้องถิ่น"
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ส่งผลให้มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำคลองสียัดจำนวนมาก ระดับน้ำในอ่างสูงขึ้นจนถึงระดับเก็บกักสูงสุด กรมชลประทานจำเป็นต้องพร่องน้ำออกจากอ่าง เพื่อลดผลกระทบต่อตัวเขื่อน ทำให้น้ำไหลผ่านฝายท่าลาดเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ
คณะอนุกรรมการได้สนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจากกองทัพเรือเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 เครื่อง เพื่อติดตั้งในบริเวณคลองพานทอง บริเวณประตูระบายน้ำคลองพานทองโดยมั่นใจว่า ณ เวลานี้นิคมอุตสาหกรรมปลอดภัย จากความร่วมมือของกรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้สนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ บริเวณนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จำนวนทั้งสิ้น 6 เครื่อง เพื่อติดตั้งเพิ่มเติมบริเวณคลองขุนวิเศษ เพื่อเร่งระบายน้ำโดยรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลงสู่อ่าวไทยโดยเร็ว
"เรือผลักดันน้ำช่วยให้ระบายน้ำได้ทัน ตรงไหนที่เป็นจุดอ่อนในบริเวณที่เป็นคอขวดเราแกะได้เกือบหมด ทำให้สถานการณ์ไม่รุนแรง สามารถระบายได้ทัน"
นาย รอยล ยอมรับว่า ตั้งแต่ต้นปีการแปรปรวนของสภาพอากาศในทะเลจีนใต้ทำให้ภาคตะวันออกซึ่งมีโครงสร้างน้ำไม่เหมาะสม ประสบกับปัญหาน้ำท่วม ตัวอย่างเช่นอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ซึ่งโครงสร้างเดิมถูกออกแบบให้เป็นคลองส่งน้ำ ไม่ใช่คลองระบายน้ำ ซึ่งทางแก้ปัญหาคือต้องปรับให้เป็นคลอง 2in1 ตามที่ในหลวงรับสั่ง
"สถานการณ์ปัจจุบันจำเป็นต้องระบายน้ำจากคลองสียัด อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ระบายไปด้านท้ายบางปะกง ฉะเชิงเทรา ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้มากกว่า" เขากล่าว
น้ำเขื่อนลำนางรองทะลักอพยพด่วน
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมแต่ละจังหวัดยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ มวลน้ำมหาศาลที่ล้นออกจากสปิลเวย์เขื่อนลำนางรอง ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน และไร่นาล้อมรอบหมู่บ้านในเขต ต.ส้มป่อยอย่างรวดเร็ว บางจุดระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ทหาร และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ต้องช่วยกันอพยพชาวบ้านหมู่ 2 บ้านส้มป่อย และ หมู่ 7 บ้านโคกตะคร้อ จำนวน 139 ครัวเรือน ไปพักอาศัยยังศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในหอประชุมที่ว่าการอำเภอโนนดินแดง
นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้อำเภอที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดริมลำน้ำ ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เฝ้าระมัดระวังอันตรายจากภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ให้เตรียมแผนอพยพประชาชน สัตว์เลี้ยง ตลอด 24 ชั่วโมง
ปักธงชัยสั่งประชาชนขนของขึ้นที่สูง
ด้านเทศบาลเมืองเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้นำรถขยายเสียงประกาศแจ้งเตือนประชาชนขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย หลังจากน้ำภายในเขื่อนลำพระเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สระแก้วเศรษฐกิจพังกว่า100ล้านบาท
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยเฉพาะ อ.อรัญประเทศที่ถูกน้ำท่วมเกือบ 1 สัปดาห์ ขณะนี้ระดับน้ำท่วมสูง ประมาณ 50 - 1.50 เซนติเมตร ประชาชนกว่า 10,000 ครอบครัว ต้องจมอยู่กับน้ำและธุรกิจการค้าหยุดชะงัก คาดว่าเศรษฐกิจการค้า เสียหายกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ จ.ปราจีนบุรี ยังคงวิกฤติมีน้ำท่วมขังในระดับสูงในตัวเมืองและหลายอำเภอ รวมทั้งน้ำหลากเข้าไปสูงที่จะไหลลงคลองบางปะกง ทำบริเวณใกล้เคียงยังคงมีน้ำท่วมขังสูง ซึ่งหน่วยราชการได้เร่งดำเนินการเต็มที่เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด
ที่จ.ราชบุรี เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรี ในพื้นที่ อ.บ้านคา เซาะถนนทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี หมู่13 ต.บ้านบึงขาดมีความกว้าง 10 เมตร ไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า ออกได้ ส่งผลให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2- ปีที่ 6 และครูของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ อ.เมือง จ.ราชบุรี กว่า 130 คน ที่ทำกิจกรรมเข้าค่ายปลูกป่าทำโป่งเทียม ตั้งแต่วันที่ 7-10 ต.ค.ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้
เจ้าพระยาเอ่อท่วมบางกอกน้อย
ด้าน นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำกทม. กล่าวถึงกรณีที่น้ำเอ่อท่วมชุมชนสันติสงเคราะห์ใต้สะพานอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย 150 ครัวเรือน จากทั้งหมด 400 ครัวเรือนว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวัดจากปากคลองตลาดสูงถึง 1.97 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้น้ำทะลักเข้าบริเวณแนวเขื่อนกั้นน้ำที่ยังสร้างไม่เสร็จ ช่วงรอยต่อบริเวณปลายชุมชนประตูระบายน้ำคลองน้ำตาล







