บล.ฟิลลิปคาดหุ้นไทยปีหน้าทะยานแตะ1,700

บล.ฟิลลิปคาดหุ้นไทยปีหน้าทะยานแตะ1,700

บล.ฟิลลิปมองตลาดหุ้นไทยปีหน้ามีโอกาสแตะ 1,700 จุด หวังเศรษฐกิจไทยโตได้ในระดับ 5% อานิสงส์รัฐลงทุน 2 ล้านล้าน โครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน

นายปรัชญา กุลวณิชพิสิฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าดัชนีสิ้นปีจะอยู่ที่ระดับ 1,470 จุด ที่ระดับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) 14 เท่า บนพื้นฐานที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ปีนี้เติบโตไม่เกิน 4% ส่วนแนวโน้มปีหน้า คาดว่าดัชนีจะอยู่ในระดับ 1,600 จุด และมีโอกาสจะเห็นที่ระดับ 1,700 จุด จากคาดการณ์จีดีพีจะเติบโตในระดับ 5% จากการเริ่มลงทุนโครงการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

สำหรับสถานการณ์ปัญหาในสหรัฐฯนั้น ประเมินว่าสหรัฐฯจะต้องมีการลดมาตรการคิวอี ซึ่งมองเป็นเรื่องดี แม้ว่าตลาดหุ้นจะตอบรับในเชิงลบในช่วงสั้นๆ แต่ในระยะยาวเป็นผลดี เพราะสะท้อนว่าเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น และตลาดหุ้นก็ไม่ควรอยู่บนพื้นฐานการอัดฉีดเม็ดเงินตลอดไป

สำหรับรายได้ของบริษัทปีนี้คาดว่า จะเติบโตในระดับ 60-70% จากปีก่อน ตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ (วอลุ่ม) ของตลาดหุ้นไทยที่เพิ่มขึ้น โดยไตรมาสแรกเฉลี่ยวันละ 5-6 หมื่นล้านบาท ไตรมาส 2 เฉลี่ยวันละ 4-4.4 หมื่นล้านบาท ไตรมาส 3 เฉลี่ยวันละ 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในช่วงต้นไตรมาส 4 มีวอลุ่มเฉลี่ยวันละ 3 หมื่นล้านบาท

โดยปีนี้นับเป็นปีที่ดีของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ จากวอลุ่มการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น และจำนวนนักลงทุนที่เข้ามามากขึ้น สำหรับบล.ฟิลลิป มีจำนวนบัญชีลูกค้าแล้ว 4.4 หมื่นบัญชี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มี 3.6 หมื่นบัญชี มีจำนวนบัญชีที่มีการซื้อขาย (แอคทีฟ) 27-30% ของบัญชีทั้งหมด และมีจำนวนลูกค้าที่เปิดบัญชีกองทุนรวม 5 -6 พันบัญชี

"รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทยังมาจากรายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (คอมมิชชั่น) เป็นส่วนใหญ่กว่า 70% อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนจะเพิ่มรายได้จากส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งรายได้จากการลงทุนต่างประเทศ รายได้จากธุรกิจกองทุนรวม"

บริษัทมีแผนรุกธุรกิจนายหน้าขายกองทุนรวมต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นซื้อขายกองทุน ภายใต้ชื่อ Phillip Fund Super Mart ซึ่งเป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตกองทุนรวมจาก 21 บลจ.ให้ลูกค้าเลือกลงทุน เพราะปัจจุบันกองทุนรวมจัดเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีกลุ่มลูกค้ากว้างขวาง ทำให้ต้องทำตลาดในวงกว้างมากกว่าอดีต ประกอบกับวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยในปัจจุบันโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และคนทำงาน มีการใช้สมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย

"แอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถติดตามผลตอบแทนจากการลงทุน หรือติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่สนใจจาก 21 บลจ.ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ (เอยูเอ็ม) กองทุนที่นักลงทุนซื้อผ่านบล.ฟิลลิปสิ้นปีนี้ 8 พันล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.4 พันล้านบาท"