ไร้แรงขับเคลื่อนใหม่หนุนการเหวี่ยงขึ้น ต่ำกว่า 1,425 จุดมองดีดขึ้นมาเป็นโอกาส ขาย
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ การดีดตัวขึ้นระหว่างวันของตลาดหุ้นวานนี้ไม่มีเสถียรภาพในมุมมองเรา เนื่องจากแรงซื้อส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก สะท้อนออกมาจากการที่วานนี้ดัชนี SET50 และ SETHD ปรับตัวลง 0.04% และ 0.48% สวนทางกับดัชนี MAI และ SET100 ที่ปรับขึ้น 1.06% และ 0.02% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายลดลงเหลือเพียง 63% ของค่าเฉลี่ยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาที่ 4.4 หมื่นล้านบาท/วันเท่านั้น เรามองข้ามผลกระทบจากการเกิด Government Shutdown ของสหรัฐไปแล้ว และให้น้ำหนักไปที่ความเสี่ยงจากการขยายเพดานหนี้ (Debt Ceiling) ไม่ทันเส้นตายของสหรัฐมากกว่า ทั้งนี้ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งเรื่องการปรับขึ้นเพดานหนี้สหรัฐในปี 2554 เคยส่งผลให้ S&P ปรับลด Credit Rating ของสหรัฐลงจาก AAA สู่ AA+ และส่งผล SET ปรับตัวลงถึง 16.4% ในช่วง 2 เดือนหลังจากนั้น (8 ส.ค.-6 ต.ค.2554) มาแล้ว
- ขณะที่ประเด็นทางการเมืองโดยเฉพาะการตัดสินขององค์อิสระที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงกดดันการดีดตัวขึ้นของ SET แม้ว่าล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติยกคำร้องกรณีร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่ว่าด้วยที่มาของ ส.ว. แล้ว แต่ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ SET ยังคงถูกกดดันจากการที่ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดที่จะลงมติว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2557 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันศุกร์ที่ 4 ต.ค.2556 เวลา 10.00 น. ดังนั้นตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,425 จุดได้ เรามองการดีดตัวขึ้นมาในระยะสั้นเป็นโอกาสในการขายลดความเสี่ยงเพื่อกลับมาถือเงินสด 100%
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังกลับไปยืนเหนือ 1,425 จุดไม่ได้ ยังแนะนำ “ดีดขึ้นขาย” ลดความเสี่ยงกลับมาถือเงินสด 100% ต่อไป ส่วนการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น” 75% ของพอร์ต โดยเน้น INTUCH, MFEC, THCOM, PS, LPN, SPALI, PTTEP, BCP, TOP, PTTGC, RS, BEC, AH และ CPALL






